ภารกิจปั้น ‘เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล’สู่ โกลบอล

ภารกิจปั้น ‘เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล’สู่ โกลบอล

จากLocal สู่ globalคือเป้าหมายของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลไต่อันดับค้าปลีกอาหารในวันที่ตลาดเปลี่ยนแปลง ตอกย้ำ Retail คือ Detail ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ครบขวบ 20 ปี สำหรับธุรกิจค้าปลีกเกี่ยวกับอาหารหรือฟู้ด รีเทล อันดับต้นๆของไทย “เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล” กับการเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากตลาดมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

ทว่า เป้าหมายไม่ได้สิ้นสุดแค่เติบใหญ่ในประเทศ แต่มีความพยายามใหม่ที่จะยกระดับธุรกิจ เพื่อก้าวสู่เวทีโลก

ในโอกาสครบรอบ 2 ทศวรรษของ “ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” 2 ผู้บริหารลูกหม้อ “มร.อลิสเตอร์ เทย์เลอร์” กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด และ“ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ฉายภาพการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต

การมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศ เพื่อยกระดับธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้รับการยอมรับในระดับเอเชียและทั่วโลก

คือสิ่งที่ “มร.อลิสเตอร์” วาดหวังไว้

ขณะที่ความสำเร็จที่ผ่านมา โดยเฉพาะท็อปส์ เกิดจากปัจจัยการสร้างสรรค์รูปแบบร้าน(Store)ให้มีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ “แตกต่าง” สะท้อนภาพการพัฒนาธุรกิจไม่หยุดยั้ง

ด้านสินค้าก็พยายามคัดสรรและพัฒนาให้มี “คุณภาพ” สร้างความน่าเชื่อถือผ่านตราสัญลักษณ์และรางวัลต่างๆ จากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อ“การันตี” ชื่อชั้นให้กับผู้บริโภค

โดยเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ ติดท็อป 5 ของฟู้ด สโตร์พรีเมี่ยมที่ดีที่สุดที่น่าจับตามองในเอเชีย จาก IGD (The Institute of Grocery Distribution)ประเทศอังกฤษ, สาขาชิดลมเป็น 1 ใน 25 ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ควรจะต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต(25Grocery Stores To Visit Before You Die) จากนิตยสารCanadian Grocerประเทศแคนาดา และรางวัลระดับโลกBrand of The Year2016 จากWorld Branding Awardsประเทศอังกฤษ เป็นต้น

การขับเคลื่อนธุรกิจจากนี้ไปอีก 5 ปี มร.อลิสเตอร์ ยังให้น้ำหนักการ“ลงทุน” ทั้งเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม ภายใต้งบประมาณ 1,300 ล้านบาทต่อปี หวังให้มีสาขาทยานถึง 550-600 สาขา จากสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 250 สาขา

“เป้าหมายในทศวรรษที่ 3 ต้องการให้ธุรกิจเติบโต มีฟอร์แมทใหม่ สร้างความหลากหลายมากที่สุดในเซ็กเมนท์ซูเปอร์มาร์เก็ต และมีความแตกต่าง เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามฐานข้อมูลและความต้องการของลูกค้า”

ด้าน“ภัทรพร” ฉายภาพเสริมว่า เวลานี้ธุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนแปลงทุกวันและทุกปี

“Very Dynamic มาก เพราะธุรกิจรีเทล คือ ดีเทล (Retail is detail)”

การขยายสาขายังคงมีหลายฟอร์แมท เพื่อให้เหมาะกับลูกค้าที่มีอยู่แต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ชานเมืองหรือต่างจังหวัด

ขณะเดียวกันการแข่งขันบนสมรภูมิฟู้ด รีเทล ยังมีเสมอ แต่นั่นเป็นสิ่งที่มาพร้อม “โอกาส” กลายเป็นโจทย์ในการขับเคลื่อนทศวรรษที่ 3

“ความท้าทายของเรา คือทำให้ดียิ่งขึ้น เราต้องปรับตัวตลอดเวลา เพราะลูกค้าปรับตัวเปลี่ยนทุกวัน นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง หยุดยั้งไม่ได้”

โดยสิ่งที่เพิ่มแต้มต่อให้กับบริษัท คือการมีฐานลูกค้าบัตรเดอะ วัน คาร์ด เอื้อให้รู้และเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น นำมาทำการบ้านวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการได้ในเชิงลึก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทำแค่ 1 หรือ 2 ปี แต่วิเคราะห์มาถึง 12 ปี

“ทำอย่างไรให้ลูกค้า ชอปปิงอย่างมีความสุข มีประสบกาณ์ที่ดี เพราะเรื่องราคาไม่ใช่เรื่องเดียวที่ลูกค้าให้ความสำคัญ แต่มีการผสมผสาน (Combination) ทั้งแคมเปญ โปรโมชั่น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกการชอปปิงที่แตกต่าง”

ไม่เพียงหน้าร้านที่ขยายต่อเนื่อง แต่ออนไลน์ ก็ให้ความสำคัญ และยังเป็นการเดินเกมรบสอดคล้องกับกลุ่มเซ็นทรัลที่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ออนไลน์เป็น 10%ภายในปี 2563

“ยอดขายเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลยังต่ำมากราว 1%” เธอบอกและขยายความว่า แผนธุรกิจออนไลน์กำลังดำเนินการ

ปัจจุบันท็อปส์ช็อปออนไลน์ (topsshoponline) หรือ www.tops.co.th มีสินค้าจำหน่ายกว่า 10,000 รายการ ไว้ป้อนความต้องการผู้บริโภคผ่านปลายนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องใช้ภายในบ้าน ของสด และสินค้าโกรเซอรี่ต่างๆ เป็นต้น โดยตั้ง “ราคา” ขาย “ไม่ต่างกัน” จากออฟไลน์ เพียงแต่สินค้าหน้าร้านจะมีมากตั้งแต่ 4,000-50,000 รายการ ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน

ทว่า สิ่งที่น่าสนใจในตลาดออนไลน์ คือ ยอดขายที่มีอัตราการ “เติบโตสูงมาก” เป็น“ดับเบิ้ล-ทริปเปิ้ล”(2-3 เท่าตัว) ยอดการใช้จ่ายก็สูงถึง 1,500 บาทต่อบิล เทียบกับช่องทางออฟไลน์หน้าร้าน อย่างเซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ อยู่ที่ 650-700 บาทต่อบิล ท็อปส์ มาร์เก็ต 500-550 บาทต่อบิล ท็อปส์เดลี่ 200 บาทต่อบิล และท็อปส์คุ้ม 300 บาทต่อบิล

“หลายปีมานี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง เพราะมีออนไลน์เข้ามา ลูกค้ามองหาข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เทรนด์การชอปปิงต้องสะดวก แนวทางการใช้เครื่องมือทำการตลาดก็เปลี่ยน แต่ท้ายที่สุดสินค้าอาหารก็กลับไปที่สุขภาพ ผู้บริโภคต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น อายุยืนยาวสินค้าสุขภาพจึงสำคัญและเป็นเทรนด์โลก”

เห็นรายใหญ่ลุกมาเอาจริงกับตลาดออนไลน์ สมรภูมินี้จะมีแค่ที่ยืนให้รายใหญ่หรือไม่

เธอบอกว่า“ออนไลน์ อย่าไปคิดว่าเป็นที่เล่นของรายใหญ่นะ เพราะไหนจะมีอินสตาแกรม(IG)เฟซบุ๊ค(Facebook)มันยังมีช่องทางอื่นในการเลือกซื้อสินค้า”

วันนี้เซ็นทรัลฟู้ด รีเทล ถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดีที่สุดในเมืองไทย ทว่า อนาคตต้องการก้าวไกลแค่ไหน ภัทรพร นิ่งก่อนให้คำตอบว่า

อยากเป็นฟู้ด รีเทลระดับ“เอเชีย”

“ภาพวันนี้เริ่มชัดขึ้น เพราะเราได้รับการยอมรับ(Recognize)จากเวทีระดับโลกมากขึ้น” จากรางวัลต่างๆที่ฟู้ด รีเทลทั่วโลกมอบให้

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงเป้าหมายใหญ่ สิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ดี คือมุ่งสร้างความแตกต่าง วางรากฐานธุรกิจให้ถูกต้อง ระบบต้องดี

“ธุรกิจซูเปอร์มารเก็ต ขับเคลื่อนด้วยระบบ ถ้าพื้นฐานดี สร้างความแตกต่างได้ตลอดเวลาให้กับลูกค้า ด้วยเรื่องสินค้า ความหลากหลาย อาหารปลอดภัย ตลอดจนความยั่งยืนต่างๆก็จะทำให้ธุรกิจเติบโต”