วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภารกิจปั้น ‘เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล’สู่ โกลบอล

จากLocal สู่ globalคือเป้าหมายของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลไต่อันดับค้าปลีกอาหารในวันที่ตลาดเปลี่ยนแปลง ตอกย้ำ Retail คือ Detail ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ครบขวบ 20 ปี สำหรับธุรกิจค้าปลีกเกี่ยวกับอาหารหรือฟู้ด รีเทล อันดับต้นๆของไทย “เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล” กับการเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากตลาดมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

ทว่า เป้าหมายไม่ได้สิ้นสุดแค่เติบใหญ่ในประเทศ แต่มีความพยายามใหม่ที่จะยกระดับธุรกิจ เพื่อก้าวสู่เวทีโลก

ในโอกาสครบรอบ 2 ทศวรรษของ “ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” 2 ผู้บริหารลูกหม้อ “มร.อลิสเตอร์ เทย์เลอร์” กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด และ“ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ฉายภาพการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต

การมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศ เพื่อยกระดับธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตให้ได้รับการยอมรับในระดับเอเชียและทั่วโลก

คือสิ่งที่ “มร.อลิสเตอร์” วาดหวังไว้

ขณะที่ความสำเร็จที่ผ่านมา โดยเฉพาะท็อปส์ เกิดจากปัจจัยการสร้างสรรค์รูปแบบร้าน(Store)ให้มีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ “แตกต่าง” สะท้อนภาพการพัฒนาธุรกิจไม่หยุดยั้ง

ด้านสินค้าก็พยายามคัดสรรและพัฒนาให้มี “คุณภาพ” สร้างความน่าเชื่อถือผ่านตราสัญลักษณ์และรางวัลต่างๆ จากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อ“การันตี” ชื่อชั้นให้กับผู้บริโภค

โดยเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ ติดท็อป 5 ของฟู้ด สโตร์พรีเมี่ยมที่ดีที่สุดที่น่าจับตามองในเอเชีย จาก IGD (The Institute of Grocery Distribution)ประเทศอังกฤษ, สาขาชิดลมเป็น 1 ใน 25 ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ควรจะต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต(25Grocery Stores To Visit Before You Die) จากนิตยสารCanadian Grocerประเทศแคนาดา และรางวัลระดับโลกBrand of The Year2016 จากWorld Branding Awardsประเทศอังกฤษ เป็นต้น

การขับเคลื่อนธุรกิจจากนี้ไปอีก 5 ปี มร.อลิสเตอร์ ยังให้น้ำหนักการ“ลงทุน” ทั้งเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม ภายใต้งบประมาณ 1,300 ล้านบาทต่อปี หวังให้มีสาขาทยานถึง 550-600 สาขา จากสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 250 สาขา

“เป้าหมายในทศวรรษที่ 3 ต้องการให้ธุรกิจเติบโต มีฟอร์แมทใหม่ สร้างความหลากหลายมากที่สุดในเซ็กเมนท์ซูเปอร์มาร์เก็ต และมีความแตกต่าง เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามฐานข้อมูลและความต้องการของลูกค้า”

ด้าน“ภัทรพร” ฉายภาพเสริมว่า เวลานี้ธุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนแปลงทุกวันและทุกปี

“Very Dynamic มาก เพราะธุรกิจรีเทล คือ ดีเทล (Retail is detail)”

การขยายสาขายังคงมีหลายฟอร์แมท เพื่อให้เหมาะกับลูกค้าที่มีอยู่แต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ ชานเมืองหรือต่างจังหวัด

ขณะเดียวกันการแข่งขันบนสมรภูมิฟู้ด รีเทล ยังมีเสมอ แต่นั่นเป็นสิ่งที่มาพร้อม “โอกาส” กลายเป็นโจทย์ในการขับเคลื่อนทศวรรษที่ 3

“ความท้าทายของเรา คือทำให้ดียิ่งขึ้น เราต้องปรับตัวตลอดเวลา เพราะลูกค้าปรับตัวเปลี่ยนทุกวัน นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง หยุดยั้งไม่ได้”

โดยสิ่งที่เพิ่มแต้มต่อให้กับบริษัท คือการมีฐานลูกค้าบัตรเดอะ วัน คาร์ด เอื้อให้รู้และเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น นำมาทำการบ้านวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการได้ในเชิงลึก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทำแค่ 1 หรือ 2 ปี แต่วิเคราะห์มาถึง 12 ปี

“ทำอย่างไรให้ลูกค้า ชอปปิงอย่างมีความสุข มีประสบกาณ์ที่ดี เพราะเรื่องราคาไม่ใช่เรื่องเดียวที่ลูกค้าให้ความสำคัญ แต่มีการผสมผสาน (Combination) ทั้งแคมเปญ โปรโมชั่น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกการชอปปิงที่แตกต่าง”

ไม่เพียงหน้าร้านที่ขยายต่อเนื่อง แต่ออนไลน์ ก็ให้ความสำคัญ และยังเป็นการเดินเกมรบสอดคล้องกับกลุ่มเซ็นทรัลที่มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ออนไลน์เป็น 10%ภายในปี 2563

“ยอดขายเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลยังต่ำมากราว 1%” เธอบอกและขยายความว่า แผนธุรกิจออนไลน์กำลังดำเนินการ

ปัจจุบันท็อปส์ช็อปออนไลน์ (topsshoponline) หรือ www.tops.co.th มีสินค้าจำหน่ายกว่า 10,000 รายการ ไว้ป้อนความต้องการผู้บริโภคผ่านปลายนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องใช้ภายในบ้าน ของสด และสินค้าโกรเซอรี่ต่างๆ เป็นต้น โดยตั้ง “ราคา” ขาย “ไม่ต่างกัน” จากออฟไลน์ เพียงแต่สินค้าหน้าร้านจะมีมากตั้งแต่ 4,000-50,000 รายการ ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน

ทว่า สิ่งที่น่าสนใจในตลาดออนไลน์ คือ ยอดขายที่มีอัตราการ “เติบโตสูงมาก” เป็น“ดับเบิ้ล-ทริปเปิ้ล”(2-3 เท่าตัว) ยอดการใช้จ่ายก็สูงถึง 1,500 บาทต่อบิล เทียบกับช่องทางออฟไลน์หน้าร้าน อย่างเซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ อยู่ที่ 650-700 บาทต่อบิล ท็อปส์ มาร์เก็ต 500-550 บาทต่อบิล ท็อปส์เดลี่ 200 บาทต่อบิล และท็อปส์คุ้ม 300 บาทต่อบิล

“หลายปีมานี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง เพราะมีออนไลน์เข้ามา ลูกค้ามองหาข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เทรนด์การชอปปิงต้องสะดวก แนวทางการใช้เครื่องมือทำการตลาดก็เปลี่ยน แต่ท้ายที่สุดสินค้าอาหารก็กลับไปที่สุขภาพ ผู้บริโภคต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น อายุยืนยาวสินค้าสุขภาพจึงสำคัญและเป็นเทรนด์โลก”

เห็นรายใหญ่ลุกมาเอาจริงกับตลาดออนไลน์ สมรภูมินี้จะมีแค่ที่ยืนให้รายใหญ่หรือไม่

เธอบอกว่า“ออนไลน์ อย่าไปคิดว่าเป็นที่เล่นของรายใหญ่นะ เพราะไหนจะมีอินสตาแกรม(IG)เฟซบุ๊ค(Facebook)มันยังมีช่องทางอื่นในการเลือกซื้อสินค้า”

วันนี้เซ็นทรัลฟู้ด รีเทล ถือเป็นหนึ่งในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ดีที่สุดในเมืองไทย ทว่า อนาคตต้องการก้าวไกลแค่ไหน ภัทรพร นิ่งก่อนให้คำตอบว่า

อยากเป็นฟู้ด รีเทลระดับ“เอเชีย”

“ภาพวันนี้เริ่มชัดขึ้น เพราะเราได้รับการยอมรับ(Recognize)จากเวทีระดับโลกมากขึ้น” จากรางวัลต่างๆที่ฟู้ด รีเทลทั่วโลกมอบให้

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงเป้าหมายใหญ่ สิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ดี คือมุ่งสร้างความแตกต่าง วางรากฐานธุรกิจให้ถูกต้อง ระบบต้องดี

“ธุรกิจซูเปอร์มารเก็ต ขับเคลื่อนด้วยระบบ ถ้าพื้นฐานดี สร้างความแตกต่างได้ตลอดเวลาให้กับลูกค้า ด้วยเรื่องสินค้า ความหลากหลาย อาหารปลอดภัย ตลอดจนความยั่งยืนต่างๆก็จะทำให้ธุรกิจเติบโต”