วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 4 กรกฎาคม 2559

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังค่าเงินดอลลาร์ปรับลดลง และนักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงคืนหลังจากที่ราคาร่วงหนักในช่วง 2 วันหลังการลงประชามติของสหราชอาณาจักร

+ นักลงทุนปรับมุมมองแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบและปริมาณความต้องการใช้จะเข้าสู่ระดับที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น

- Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ใน 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 1 ก.ค. จำนวนแท่นขุดเจาะเพิ่มขึ้น 11 แท่น มาอยู่ที่ 341 แท่น ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.

- ธนาคารเพื่อการลงทุน Evercore สหรัฐ คาดราคาน้ำมันที่ระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นระดับที่จะทำให้จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และแตะระดับ 620 แท่นภายในปี 2560 เนื่องจากคาดว่าผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ มีแนวโน้มจะลงทุนด้านการขุดเจาะเพิ่มเติมอย่างน้อยร้อยละ 25 ในปี 2560 และเพิ่มอีกร้อยละ 30 ในปี 2561 ขณะที่ธนาคารเพื่อการลงทุน Piper Jaffray คาดราคาน้ำมันดิบในปี 2560 และ 2561 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60 ดอลลาร์/บาร์เรล และ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล ตามลำดับ และเป็นเหตุให้ผู้ผลิตในสหรัฐมีกระแสเงินเพิ่มมากขึ้นและสามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้

- นักวิเคราะห์ของ Barclays ปรับลดการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสในปีนี้ ลง 3 ดอลลาร์ เป็น 44 ดอลลาร์/บาร์เรล และ 43 ดอลลาร์/บาร์เรล ตามลำดับ อีกทั้งยังคาดการณ์น้ำมันดิบเบรนท์ในปี 2560 เฉลี่ยอยู่ที่เป็น 57 ดอลลาร์/บาร์เรล นอกจากนี้ Barclays ได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันดิบในปี 2559 และ 2560 ลดลง 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 1.1 ล้าบาร์เรลต่อวัน และ 1.2 ล้าบาร์เรลต่อวัน ตามลำดับ

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากระดับปริมาณน้ำมันเบนซิงคงคลังในภูมิภาคอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดีอุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาคยังคงทรงตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงไปไม่มากนัก

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการน้ำมันดีเซลในเอเชียยังคงอยู่ในระดับดี โดยเฉพาะจากประเทศอินโดนีเซียที่มีการสั่งนำเข้าน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีอุปทานในภูมิภาคยังคงสูงอยู่ เนื่องจากไม่สามารถส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันตกได้

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาสถานการณ์ผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรีย หลังกำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.8 - 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม การเจรจาระหว่างรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธ ไนเจอร์ เดลต้า อเวนเจอร์ ยังคงไม่ได้ข้อสรุป ส่งผลให้ปริมาณการผลิตยังคงมีแนวโน้มปรับลดลงหากมีสถานการณ์ความรุงแรงเกิดขึนอีกครั้ง

- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้นใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจโน้มน้าวให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เริ่มกลับมาผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหลุมน้ำมันที่ขุดไว้แล้ว

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ เพิ่มกำลังการกลั่นมากขึ้นเพื่อรองรับความต้องใช้น้ำมันในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยสำหรับสิ้นสุด ณ วันที่ 24 มิ.ย. ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ปรับลดลง 4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่หกติดต่อกัน สู่ระดับ 526.6 ล้านบาร์เรล

                                                              -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999