"สมคิด" ชี้บทลงโทษป้องกันทุจริตต้องเฉียบขาด ระบุ "คอร์รัปชั่น" เหมือนมะเร็งร้ายมันกินลึกเข้าไปในศีลธรรมของคน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานเสวนามาตรการภาคธุรกิจ ต้นทุจริตการติดสินบน ว่า การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น จำเป็นต้องอาศัย 2 เสาหลัก โดยเสาแรกคือ ภาครัฐและองค์กรอิสระ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต้องเข้มแข็ง เช่นเดียวกับอีกเสาหนึ่งคือภาคประชาสังคมก็ต้องมีความเข้มแข็งเช่นกัน ส่วนเรื่องของบทลงโทษต้องมีความเฉียบขาด และต้องทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งถ้าป.ป.ช.เห็นว่า ตรงไหนที่อยากให้รัฐบาลช่วย รัฐบาลก็พร้อมให้ความร่วมมือ
“จริงๆ แล้วการคอร์รัปชั่นไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐศาสตร์ แต่เรื่องนี้มันกินลึกเข้าไปในศีลธรรมของคน คนเราถ้าลองรู้ว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ขัดต่อคำสอนของศาสนา แล้วยังฝืนทำมันแล้วยังยอมรับมัน ยอมรับในสิ่งที่ผิดเป็นถูก มันจะเหมือนกับมะเร็งร้ายที่ค่อยๆ ซึมเข้าไปๆ กับคนไทยทุกๆ คนในอนาคตข้างหน้า ในอดีตเวลาพูดถึงการทำไม่ดี คอร์รัปชั่นคนจะหลีกเลี่ยง แต่ถ้าในอนาคตเราไม่ดูแลให้เต็มที่จะกลายเป็นว่าทุจริตได้คนนั้นฉลาดคนนั้น อยู่ได้คนนั้นได้กำไร เศรษฐกิจเสื่อมโทรมไม่เป็นไร แต่ถ้าคนไทยเสื่อมโทรมด้วยศีลธรรมจรรยาประเทศจะยืนอยู่ไม่ได้ ดังนั้นถ้าดูหลายๆประเทศที่ขึ้นไปสู่จุดที่เจริญมากจู่ๆ ก็พลิกผันลงมากลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว จึงต้องจัดการให้เด็ดขาด และต้องปลูกฝังไว้ในดีเอ็นอีของคนด้วย”






