ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสินเชื่อแบงก์ปีนี้โต 4% แนะจับตา กนง. ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมหรือไม่ ด้าน "เอ็นพีแอล" แนวโน้มยังโตต่อเนื่อง
นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตของสินเชื่อสถาบันการเงินในระบบปี 2559 ยังเติบโตในขอบเขตจำกัด อยู่ที่ 4-6 % และคาดว่าจะเติบโตในกรอบล่างที่ 4% เป็นหลัก เนื่องจากปัจจัยลบยังคงบั่นทอน ทั้งนี้ การเติบโตของสินเชื่อที่ 4% คิดเป็นเม็ดเงิน 400,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อภาคธุรกิจประมาณ 200,000 ล้านบาท สินเชื่อรายย่อย 200,000 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มผลกระทบการของสถาบันการเงินพาณิชย์ ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่ายังได้รับแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมาจะส่งผลกระทบการทำกำไรของสถาบันการเงินพาณิชย์พอสมควร ขณะเดียวกันยอดการปล่อยสินเชื่อในช่วงดังกล่าวเติบโตน้อย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหมดอายุลง เช่น มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการของสถาบันการเงินพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ จะเติบโตเพิ่มขึ้นหรือไม่ ยังต้องติดตามว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้งหรือไม่ แต่มองว่าครึ่งปีหลังมีแรงกดดันเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น อาจเป็นเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสการลดดอกเบี้ย
ขณะเดียวกันยังขึ้นกับแนวโน้มยอดปล่อยสินเชื่อช่วงครึ่งปีหลังเป็นสำคัญ เชื่อว่า ยังต้องพึ่งการเติบโตจากสินเชื่อภาคธุรกิจเป็นหลัก ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ต้องพึ่งพิงการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐในหลายด้านช่วยผลักดัน ในขณะที่แนวโน้มหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงทั้งปี 83-84% จากช่วงไตรมาสแรกปีนี้ที่ 81-81.5% และปี 2558 อยู่ที่ 81.6% ทำให้สถาบันการเงินพาณิชย์ยังต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย เพื่อดูแลคุณภาพหนี้ให้ดีขึ้น
นอกจากนี้คาดว่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสถาบันการเงินพาณิชย์ ทั้งระบบปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 3% จากในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ส่วน NPL อยู่ที่ 2.6% ยังเติบโตไม่มาก เพราะสินเชื่อของธนาคารเติบโตน้อย
“แนวโน้มหนี้ NPL ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ มองว่า หนี้เสียดังกล่าวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากยอดหนี้ครัวเรือนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่ม แม้ว่าช่วงที่ผ่านมายอดหนี้ครัวเรือนจะมีการปรับตัวลดลงมาบ้างก็ตาม"
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หรือ ค่าฟี ว่าจะยังสามารถเติบโตดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การที่มีระบบพร้อมเพย์เข้ามาในปีนี้ ยังส่งผลกระทบรายได้ค่าฟีกลุ่มสถาบันการเงินพาณิชย์น้อยอยู่ เนื่องจากยังเป็นเรื่องใหม่และคาดเดาปริมาณธุรกรรมที่จะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะการเข้าถึงของคนยังจำกัดเฉพาะในกรุงเทพฯ กลุ่มคนเมืองและนักธุรกิจเท่านั้น
ฉะนั้น รายได้ค่าฟีของสถาบันการเงินพาณิชย์ปีนี้ มองว่า ยังคงเติบโตดีมากจากธุรกิจขายประกันผ่านช่องทางธนาคาร (แบงก์แอสชัวร์รันส์) การขายกองทุนผ่านช่องทางธนาคาร ธุรกรรมการใช้บัตรเครดิต และธุรกรรมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังสามารถสร้างรายได้ค่าฟีในระดับสูง








