ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังนักลงทุนบางส่วนคลายกังวลประเด็น Brexit และจับตามองการประท้วงของนอร์เวย์
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังนักลงทุนบางส่วนเริ่มคลายกังวลประเด็นการลงประชามติให้สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยในวันนี้นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดของสหภาพยุโรป (EU Summit) ว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป แม้ว่าประเทศสมาชิกในกลุ่มสหภาพยุโรปจะเรียกร้องให้อังกฤษประกาศเจตน์จำนงอย่างเป็นทางการในการถอนตัวออกจาก EU ด้วยการใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน แต่ นาย คาเมรอน ประกาศว่าจะยังคงไม่ประกาศใช้มาตรา 50 จนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 ก.ย.
+ สหภาพแรงงานของนอร์เวย์ราว 750 คนที่ปฎิบัติการในแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติทั้งสิ้น 7 หลุม ที่ไม่พอใจเรื่องการปรับค่าแรงในช่วงที่ผ่านมา ประกาศเดินหน้าการประท้วงและหยุดการผลิต หากไม่สามารถเจรจาประเด็นดังกล่าวได้ภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจะหายไปทั้งสิ้นประมาณ 285,000 บาร์เรลต่อวัน หรือร้อยละ 18 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดของประเทศ
+ นักลงทุนยังจับตามองการรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่ประกาศโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในวันนี้ ในช่วงหลังจากปิดตลาดการซื้อขายน้ำมันดิบ สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับลดลงกว่า 4.0 ล้านบาร์เรลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.4 ล้านบาร์เรล เมื่อคืนที่ผ่านมา
- ไนจีเรียกลับมาผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.8 - 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังรัฐบาลประกาศว่าสามารถทำการซ่อมแซมท่อขนส่งน้ำมันบางส่วนที่เสียหายไปได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตโดยส่วนใหญ่ที่ประกาศ Force majeure ไปก่อนหน้านี้ ยังคงไม่ได้ประกาศกลับมาส่งออกแต่อย่างใด
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดน้ำมันเบนซินโดยรวมยังคงถูกกดดันจากปริมาณอุปทานที่ล้นตลาด หลังจีนและอินเดียส่งออกเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำมันเบนซินยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์จากอินโดนีเซียและศรีลังกาที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดี
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณการส่งออกจากไต้หวันและเกาหลีใต้ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลในภูมิภาคยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกจากประเทศจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประท้วงของสหภาพแรงงานของนอร์เวย์ ที่ไม่พอใจเรื่องการปรับค่าแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยหากไม่สามารถเจรจาประเด็นดังกล่าวได้ภายในวันศุกร์นี้ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจะหายไปทั้งสิ้นประมาณ 285,000 บาร์เรลต่อวัน
- จับตาสถานการณ์ผลิตน้ำมันดิบในไนจีเรีย หลังกำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 30 ปี มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1.8 - 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตาม การเจรจาระหว่างรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธยังคงไม่ได้ข้อสรุป ส่งผลให้ปริมาณการผลิตยังคงมีแนวโน้มปรับลดลงหากมีสถานการณ์ความรุงแรงเกิดขึนอีกครั้ง
- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้นใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจโน้มน้าวให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เริ่มกลับมาผลิตน้ำมันดิบเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหลุมน้ำมันที่ขุดไว้แล้ว
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999







