หุ้นเล็กวิ่งแรง แชมป์ไตรมาส 2 "แบต 3 เค" พุ่งเท่าตัวไร้ปัจจัยหนุน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2/2559 ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัดตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ซึ่งก็เป็นเพราะไตรมาสก่อนหน้านี้ ดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ 15% จากจุดต่ำสุดที่ 1,220 จุด
สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่สุดที่เข้ามากระทบภาวะตลาดหุ้น คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ ‘เบร็กซิท’ ที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหลังจากที่ผลโหวตออกมาผิดไปจากที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดการตื่นขาย (panic sell) ในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยหุ้นไทยร่วงไปต่ำสุดกว่า 40 จุด เมื่อ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หุ้นไทยยังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวกไว้ได้ โดยดัชนีล่าสุด (27 มิ.ย.) ก่อนที่จะปิดไตรมาสในอีกไม่กี่วัน ยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวกเล็กน้อย 1.18% อยู่ที่ระดับ 1,424.31 จุด มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 44,240.63 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ 45,168.38 ล้านบาท เช่นเดียวกับดัชนีตลาดเอ็ม เอ ไอ ซึ่งบวกได้เล็กน้อยเพียง 0.66% ปิดที่ 521.83 จุด
แม้ผลตอบแทนจากดัชนีจะแค่ทรงตัวในไตรมาสนี้ หรือไม่ว่าภาวะตลาดจะเป็นเช่นไร หุ้นที่เพิ่มขึ้นได้เท่าตัวก็ยังคงมีให้เห็นต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้กระแสของ ‘หุ้นใหญ่’ มาแรงต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวแล้ว หุ้นที่ครองแชมป์เพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาส 2 ยังอยู่ในหุ้นขนาดเล็ก
‘ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่’ หรือ BAT-3K ครองแชมป์เพิ่มขึ้นสูงสุด 104.68% ปิดที่ 175 บาท อันดับถัดมาคือ ‘คิวทีซี เอนเนอร์ยี่’ หรือ QTC เพิ่มขึ้น 98.18% ปิดที่ 10.90 บาท และอันดับสาม ‘สาลี่ พริ้นท์ติ้ง’ หรือ SLP เพิ่มขึ้น 95.92% ปิดที่ 1.92 บาท โดยหุ้นทั้ง 3 ตัวนี้ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอยู่ที่ราว 2-3 พันล้านบาท
สำหรับ ‘แบต3เค’ ถือเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องค่อนข้างต่ำ ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพียง 3-5 หมื่นหุ้น และช่วง 3-4 ปีที่ผ่ามมา ราคาหุ้นเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 70-80 บาท มาตลอด แต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงจากระดับ 90 บาท โดยที่ยังไม่มีปัจจัยหนุนที่ชัดเจน มีเพียงกระแสข่าวเรื่องของการควบรวมกิจการเท่านั้น
‘คิวทีซี’ ตัวแทนของตลาดเอ็ม เอ ไอ ราคาเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 นี้ ซึ่ง บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มองว่า ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมานี้เป็นแรงเก็งกำไรเรื่องการลงทุนโรงไฟฟ้าผ่านบริษัทลูก PPWE หากคิดจากกรณีฐาน IRR ที่ 15% และเงินลงทุนที่ 800 ล้านบาท จะได้มูลค่าเพิ่ม 60 ล้านบาทต่อปี
ขณะที่ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ การขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับกลุ่มของ ‘สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์’อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับนักธุรกิจจากประเทศลาว 2 ราย ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพ โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานไฟฟ้า
นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเมินผลประกอบการจะถูกกดดันในช่วง1-2 ปีนี้ เพราะยังไม่สามารถรับรู้ได้จากการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า รวมถึงผลกระทบ จากการเพิ่มทุนเข้ามาก่อนซึ่งอยู่ที่ 25.92% จากหุ้นเพิ่มทุน 70 ล้านหุ้น ที่ราคา 4.70 บาท ฉะนั้นราคาปัจจุบันจึงเต็มมูลค่าแล้ว จากที่ประเมินราคาพื้นฐานหลังเพิ่มทุนที่ 7.45 บาท
‘สาลี่ พริ้นท์ติ้ง’ นั้น ‘สุพจน์ สุนทรินคะ’ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สาลี่อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) SALEE ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสาลี่ พริ้นท์ติ้ง มองว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาได้ค่อนข้างแรง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้ 153 ล้านบาท ขณะที่กำไรทำได้ 23 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนทั้งปีซึ่งมีรายได้ 532 ล้านบาท และกำไร 29 ล้านบาท
“เรื่องของราคาหุ้นส่วนตัวไม่ทราบว่าเหตุใดถึงขึ้นมาค่อนข้างแรง แต่ในแง่ผลประกอบการแล้วมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อน”






