สศค.มั่นใจปีนี้จีดีพีโตตามเป้าที่ 3.3% เชื่อเศรษฐกิจไทยไม่ได้รับผลกระทบจากการที่อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียูมากนัก
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า สศค.เตรียมนำปัจจัยเสี่ยงจากกรณีที่อังกฤษมีประชามติถอนตัวออกจากสมาชิกอียูมาคำนวณภาพรวมการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปีนี้ โดยจะดูปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะด้านการส่งออกสินค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม
เบื้องต้น ในกรณีส่งออกโดยตรงนั้น ไทยไม่ได้ส่งออกสินค้าไปยังอังกฤษมากนัก แต่หากมองถึงผลกระทบทางอ้อมจากการที่ไทยส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า และ ประเทศคู่ค้าของไทยมีการส่งออกไปยังประเทศอังกฤษ จะพบว่า กลุ่มคู่ค้าของไทยในกลุ่มประเทศCLMVนั้น แทบจะไม่มีการส่งออกไปยังอังกฤษ ส่วนประเทศจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทยนั้น มีการส่งออกไปอังกฤษมากพอสมควร แต่เราก็ต้องไปพิจารณาว่า สินค้าที่จีนส่งออกไปยังอังกฤษนั้น เป็นสินค้าประเภทใด และ เป็นสินค้าที่มีการนำเข้าจากไทยหรือไม่
“ผลทางตรงนั้นไม่มาก ไทยส่งออกไปอังกฤษเพียง 1.8% ของการส่งออกในภาพรวม และไทยส่งออกไปอียูประมาณ 8% ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ส่งไปประมาณ 10% อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศส่งออกหลังในขณะนี้คือในเอเชีย และในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เท่าที่ดูประเทศในเพื่อนบ้านของไทยส่งออกสินค้าไปอียูและอังกฤษน้อยมาก โดยตนเห็นด้วยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าระยะยาว กลุ่มประเทศประเทศเอเชียได้ประโยชน์”
นอกจากนี้ จะต้องจับตาดูว่า หลังจากนี้การเจรจาระหว่างอังกฤษกับอียูจะเป็นอย่างไร อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นอย่างไร การส่งออกนำเข้าระหว่างกันจะเป็นอย่างไร คนที่จะเดินทางเข้าออกต้องใช้วีซ่าหรือไม่ ตรงนี้ถือเป็นรายละเอียดที่อังกฤษต้องไปเจรจากับอียู เพื่อให้การออกจากอียูมีผลอย่างเป็นทางการ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 ปี โดยคาดว่าในระยะสั้น 6 เดือนนั้น คาดว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเศรษฐกิจไทย
“มีการมองถึงกรณีเลวร้ายที่สุดคืออียูแตกออกจากกัน ไทยจะเป็นอย่างไร ผมอยากให้มองย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ยังไม่มีการรวมอียู ไทยยังมีการค้าขายกับอียูและอังกฤษ และเมื่อรวมอียูยังค้าขายเหมือนเดิม ดังนั้นไม่อยากให้ไปกังวลกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และสศค.ติดตามดูตลอด แต่คงไม่ถึงกับต้องไปตั้งวอร์รูมร่วมกันกับหน่วยงานอื่น เพราะผลกระทบยังเกิดกับไทยไม่มาก”นายกฤษฎา กล่าว และว่า สถานการณ์ค่าเงินนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำลังจับตาดูอยู่ ถ้าดูค่าเงินไม่ได้ผันผวนจนน่าตกใจ สวนตลาดหุ้นวันแรกที่ลดกว่า 40 จุด หลังจากนั้นมีการปรับขึ้นมาโดยตลอด ถือเป็นสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง"
สำหรับสถานการณ์การส่งออกเดือนพฤษภาคมที่ติดงบ 4.40% ส่งผลให้5 เดือนส่งออกลบ 1.90% นั้นอยู่ในระดับที่สศค.ประเมินไว้คาดว่าครึ่งปีหลังสถานการณ์ส่งออกดีกว่านี้ เพราะปีที่แล้วฐานต่ำ ตลอดทั้งปี สศค.คาดว่าส่งออกติดลบ 0.7% ยังคาดการณ์จีดีพีว่าจะโต 3.3%









