วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ออมสิน'ปักธง ใช้ฟินเทคเพิ่มรายได้ฐานราก

"ธนาคารออมสิน"ปักธง ใช้ฟินเทคเพิ่มรายได้ฐานราก ระบุ "การพัฒนาระบบไอที" คือแผนงานสำคัญของธนาคาร

แม้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือแบงก์รัฐ จะถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกของรัฐในช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ทั้งผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร เอสเอ็มอี กลุ่มผู้ส่งออก เป็นต้น การดำเนินงานของแบงก์รัฐ จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ แต่ก็ไม่สามารถละลายกับกระแส “ฟินเทค” ที่กำลังเข้ามาในแวดวงการเงินในขณะนี้ได้

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ให้สัมภาษณ์ ”กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แผนงานสำคัญของธนาคารหลังจากนี้ คือการพัฒนาระบบไอที หลังจากที่ผ่านมาได้เดินตามโรดแมปที่วางไว้ เมื่อครั้งแสดงวิสัยทัศน์ ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือCustomer Centric
ทุกอย่างเดินหน้าตามความต้องการของลูกค้า โดยแบ่งลูกค้าออกเป็น 14 กลุ่มย่อย มีการออกผลิตภัณฑ์ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ของธนาคารถือว่าครบแล้ว แต่หลังจากนี้จะมุ่งปรับภาพลักษณ์ของธนาคารให้มีความทันสมัยมากขึ้น

“เมื่อปรับโครงสร้างองค์กร ปรับภาพลักษณ์ของธนาคารใหม่ สิ่งที่จะทำต่อไป คือ การพัฒนาระบบไอทีให้มีศักยภาพ ผมวางเป้าหมายให้ทีมงานที่ทำเรื่องไอที สร้างฟินเทคของตัวเอง จากทุกวันนี้ที่เราเดินตามคู่แข่งอยู่ แต่ผมอยากได้อะไร ที่เหนือกว่า เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าที่อยู่กับเรา นั่นคือกลุ่มฐานราก จะมีบริการอะไรให้พิเศษกว่าเดิม” นายชาติชายกล่าว

เขาบอกว่า การวางแผนสร้างฟินเทคของธนาคารออมสิน จะมีทั้งการต่อยอดจากบริการเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่นการใช้ โมบายแบงก์กิ้ง ทำสลากออมสินดิจิทัล โดยเปิดให้ซื้อ และขายสลากผ่านโมบายแบงก์กิ้งได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ธนาคารอยากเห็นมากกว่านั้น คือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ เช่น จะทำอย่างไรให้ลูกค้าฐานรากมีรายได้มากขึ้น

เขายกตัวอย่างว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกมาหลังจากนี้จะเข้าไปช่วยสร้างเครือข่าย หรือคอนเนคชั่นการใช้ และจ่ายค่าบริการกันเองของกลุ่มลูกค้า หรือบริการผ่านออมสินทั้งพ่อค้าแม่ค้า วินมอร์เตอร์ไซค์แม่บ้านใช้บริการไอที และให้เงินสะพัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเองในกลุ่มแบงก์ได้ เชื่อว่าจะช่วยทำให้ลูกค้าฐานรากของเรามีความเข้มแข็งขึ้น นี่คือไอเดียที่อยากทำให้เร็วที่สุด

“โจทย์ผมตอนนี้คือจะช่วยเหลือคนจน หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างไร เพราะการให้แต่เงินกู้เพียงอย่างเดียวสุดท้ายก็เป็นเป็นหนี้เพิ่ม เราจึงต้องช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขัน ช่วยเพิ่มรายได้ ลดความยากจน นี่คือฟินเทคของออมสินที่อยากทำ” นายชาติชายกล่าว

ผอ.ออมสิน บอกอีกว่า นอกจากออมสินจะมีการพัฒนาระบบไอทีของตัวเองแล้ว ยังสามารถแชร์ระบบไอที หรือคอร์แบงกิ้งให้กับแบงก์รัฐด้วยกันได้ ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการหารือกับทางธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ที่จะให้ออมสินทำให้ กรณีนี้เป็นโมเดลต้นแบบ หลังจากนั้นก็สามารถใช้กับธนาคารอื่นๆ ได้ ซึ่งการดำเนินการในส่วนนี้นั้นธนาคารไม่ได้ทำเพื่อหวังสร้างกำไร งบประมาณในลงทุนเบื้องต้นจึงไม่คิด แต่เป็นการดำเนินการในฐานะที่เป็นแบงก์รัฐด้วยกัน และคาดหวังอนาคตเวลาทำรายการ เราก็ได้ค่าธรรมเนียม

ทั้งนี้การพัฒนาระบบไอทีของธนาคารออมสินที่ผ่านมา แทบไม่ได้ใช้เงินลงทุนเพิ่มเลย ไม่ว่าจะเป็นการออกบัตรเดบิต บัตรเครดิตเพราะให้เวนเดอร์เข้ามาทำ แล้วแบ่งรายได้กัน มิเช่นนั้นธนาคารจะต้องใช้เงินลงทุนในระดับพันล้านบาท นอกจากนี้การให้เวนเดอร์เข้ามาทำเพื่อช่วยลดความเสี่ยง และเวนเดอร์ก็เชี่ยวชาญมากกว่า

“ออมสินเราบริหารงบประมาณที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับธุรกรรมให้ลูกค้าได้ และมีความทันสมัย โดยโมบายแบงก์ และบัตรเครดิตที่ออกมามีความทันสมัยที่สุด โดยทีไม่ต้องลงทุน สิ่งที่บัตรเครดิต ตั้งฝ่ายมา 8 ปี ผมทำได้ภายใน 6 เดือนหรือแบงก์ใหม่หากจะทำเออีเอ็มก็ต้องใช้เวลาถึง 2 ปี”