วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กรุ๊ปลีส'ชี้เบร็กซิทส่งผลบวก ฮุบกิจการราคาถูก

"กรุ๊ปลีส" มั่นใจผลโหวตเบร็กซิทส่งผลดีกับธุรกิจ หลังบริษัทมีฐานะการเงินแกร่ง หนี้สินต่อทุนต่ำ ชี้เป็นจังหวะดีในการเทคโอเวอร์กิจการราคาต่ำ

นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้บุกเบิกธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในอาเซียน เปิดเผยว่า กรณีเบร็กซิทนั้น ส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจของบริษัท เพราะปัจจุบันบริษัทมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำ 0.5 เท่า ประกอบกับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2559 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวนไม่เกิน 130 ล้านดอลลาร์ ให้แก่ J Trust Asia Pte. Ltd (JTA) จึงทำให้บริษัทมีความพร้อมด้านเงินทุน ที่จะนำมาใช้ขยายกิจการช่วงเกิดภาวะวิกฤตในทุกสถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีโอกาสเข้าควบรวมกิจการ (M&A) ได้ในราคาที่ต่ำ เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ บริษัทมีความมั่นใจ ภายใต้การดำเนินธุรกิจด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ สามารถนำไปใช้ขยายธุรกิจได้กับทุกประเทศ ซึ่งช่วงที่ผ่านมากรุ๊ปลีส ได้รับข้อเสนอให้เข้าควบรวมกิจการจากผู้ประกอบการธุรกิจด้านการเงินในอาเซียนหลายราย แต่ยังไม่มีข้อสรุป เพราะราคาค่อนข้างสูง

“เบร็กซิท จะทำให้บริษัทมีโอกาสที่ดี ในการเข้าควบรวมกิจการ โดยเรามองไปที่อินโดนีเซีย เวียดนาม และศรีลังกา ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยความปั่นป่วนในตลาดเงินและตลาดทุน จะทำให้เป้าหมายในการเทคโอเวอร์ของเราราคาถูกลง”

ในส่วนของ เจ ทรัสต์ เอเชีย (J Trust Asia Pte. Ltd :JTA) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท หลังจากใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของบริษัท ปลายปีที่ผ่านมา ทางเจทีเอ ยืนยืนไม่มีการขายหุ้นออกไป และพร้อมร่วมมือกับบริษัท เพื่อขยายธุรกิจในอินโดนีเซียและภูมิภาคอาเซียนในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ปัจจุบันยังคงถือหุ้นบริษัทอยุ่ 6.43% หรือคิดเป็น 98.1 ล้านหุ้น

ทั้งนี้ จากการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2559 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (GL-W4) 170 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 9 หุ้นเดิมต่อ 1 วอแรนท์ กำหนดเงื่อนไขการแปลงสภาพ 1 วอแรนท์ ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคาแปลงสภาพ 40 บาท ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ หากผู้ถือหุ้นใช้สิทธิแปลงสภาพที่ราคา 40 บาทต่อหน่วย ภายในกำหนด 2 ปี จะส่งผลให้บริษัทได้รับเงินทุนก้อนใหม่ เพื่อนำมาใช้ขยายธุรกิจในไทย และดำเนินธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ใน สปป.ลาวรวมถึงภูมิภาคอาเซียน

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ยังมีมติอนุมัติการออกหุ้นกู้แปลงสภาพไม่เกิน 130 ล้านดอลลาร์ ให้แก่กลุ่มพันธมิตรญี่ปุ่น เจทีเอ โดยกำหนดราคาแปลงสภาพ 1 หุ้นกู้ต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคา 40 บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ดอกเบี้ย 5% หากผู้ถือหุ้นและกลุ่มเจทีเอ ใช้สิทธิแปลงสภาพทั้งหมด จะส่งผลให้บริษัท มีแหล่งเงินทุนใหม่เพิ่มขึ้นทันที เพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจในกัมพูชาให้มีพอร์ตสินเชื่อที่หลากหลายและปล่อยสินเชื่อให้แก่กลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่จัดจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ ให้แก่ลูกค้าที่บริษัทเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิและสิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ โดยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทไม่เกิน 285.05 ล้านหุ้น พาร์ 0.50 บาท แบ่งเป็นการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทไม่เกิน 170 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทไม่เกิน 115.05 ล้านหุ้น