"แบงก์ชาติ" มอง "เบร็กซิท" กระทบไทยผ่านช่องทางการค้าน้อย ห่วงความผันผวนในตลาดเงิน-ทุน แนะปิดความเสี่ยง มั่นใจแบงก์ไทยรับมือได้
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เท่าที่ ธปท. ได้ประเมินผลกระทบในเบื้องต้น จากกรณีที่ประชาชนในสหราชอาณาจักร(อียู) ตัดสินใจโหวตให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู) เชื่อว่า ผลกระทบทางตรงต่อเศรษฐกิจไทยผ่านช่องทางการค้าและความเชื่อมโยงของสถาบันการเงินมีค่อนข้างจำกัด แต่ระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่เพิ่มสูงขึ้นบ้าง นอกจากนี้ ยังมีความไม่แน่นอนจากกระแสการแยกตัวของประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป ซึ่งจะกระทบต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ตลอดจนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ทั้งนี้ มองว่า ผลกระทบที่ผ่านช่องทางการค้าซึ่งคาดว่าจะมีจำกัด เนื่องจากถ้าพิจารณาระดับการค้าของไทยกับยูเคโดยตรง พบว่าไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังยูเคคิดเป็น 1.8% ในปี 2558 ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่มีความสำคัญอันดับ 3 ในกลุ่มสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม หากนับการส่งออกที่รวมกลุ่มอียู ผลกระทบจะเพิ่มขึ้นมาก โดยสัดส่วนการส่งออกของไทยไปกลุ่มประเทศดังกล่าว ไม่รวมยูเค มีประมาณ 8.4% แต่ผลกระทบทางอ้อมคาดว่าจะไม่มากนัก หากปัญหาไม่ลุกลามจนก่อให้เกิดการแยกตัวของ ประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอียู ขณะเดียวกันยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวทางเศรษฐกิจของทั้ง ยูเค และกลุ่มอียู ภายหลังจากแยกตัวด้วย
ส่วนผลกระทบต่อระบบสถาบันการเงินของไทย ประเมินว่ามีในวงจำกัดเช่นกัน เนื่องจากสถาบันการเงินของไทยมีความเชื่อมโยงทางการเงินโดยตรงกับสถาบันการเงินในยูเคและประเทศสมาชิกอียูอื่นเพียง 1.31% ของสินทรัพย์รวม นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินไทยได้เตรียมความพร้อมและป้องกันความเสี่ยงสถานะเงินตราต่างประเทศไว้ล่วงหน้าแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดการเงินโลก ทั้งในตลาด เงินตราต่างประเทศและตลาดทุน จากความกังวลของนักลงทุนที่มีเพิ่มขึ้นและการปรับฐานะการลงทุน ระหว่างประเทศให้ตอบสนองกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งความผันผวนของราคาสินทรัพย์และเงินทุน เคลื่อนย้ายที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในระยะสั้นและเป็นที่คาดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว
นายวิรไท กล่าวว่า ล่าสุดพบว่า ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงและค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลง 8% และ 3.2% ตามลำดับ (ณ. เวลา 13.00 น.) จากวันก่อนประกาศผลการลงประชามติ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินเยน รวมทั้ง ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย สำหรับค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลง 0.7% (ณ เวลา 13.00 น.) สอดคล้องกับค่าเงินภูมิภาคอื่นๆ ที่ปรับอ่อนค่าลงเช่นกัน ส่วนผลกระทบต่อ ตลาดทุนก็จะเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นได้เช่นกัน โดยคาดว่าอาจมีเงินทุนไหลออกจากตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรของไทยบ้าง แต่จะไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติได้ปรับลดการ ลงทุนในตลาดการเงินไทยไประดับหนึ่งแล้วก่อนหน้านี้
แม้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินไทยในเบื้องต้นจะมีค่อนข้างน้อย ประกอบกับปัจจัยพื้นฐาน เศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะฐานะด้านต่างประเทศที่เข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวได้ แต่ผลกระทบจากการปรับแผนธุรกิจของเอกชนและคู่ค้าต่างๆ ของสหภาพยุโรป เพื่อรับมือกับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่จะเปลี่ยนไปจะสร้างความไม่แน่นอนในการค้าและการลงทุน ระหว่างประเทศที่ถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
นายวิรไท กล่าวว่า ธปท. จะติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจและการเงินโลกอย่างใกล้ชิด และพร้อมดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินหากมีความจำเป็น รวมทั้งขอแนะนำให้ภาคธุรกิจเอกชนดำเนินการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากยังมีความ เสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินได้ในระยะต่อไป









