วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พาณิชย์'เผยส่งออกเดือนพค. ติดลบ 4.40%

"กระทรวงพาณิชย์" เผยส่งออกเดือนพฤษภาคมติดลบ 4.40% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เหตุเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว ชี้อังกฤษออกจากอียูกระทบไทยแน่

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกของไทย ล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2559 มีมูลค่า 17,617 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 4.40 แม้จะติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่มีอัตราที่ชะลอตัวลงจากเดือนเมษายน 2559 ที่ติดลบร้อยละ 8 ส่งผลให้ยอดส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่า 163,535 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 5.99

สำหรับปัจจัยหลักที่กดดันภาคส่งออกไทยยังคงมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ซึ่งล่าสุดธนาคารโลกปรับลดจีดีพีโลกลงเหลือเพียงร้อยละ 2.4 ขณะที่ราคาน้ำมันแม้จะปรับเพิ่มขึ้นขณะนี้ แต่ยังต่ำกว่าปีที่แล้ว โดยเดือนพฤษภาคมราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 43.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล รวมทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรที่ยังลดลงต่อเนื่องตามราคาในตลาดโลกที่ยังชะลอตัวลง โดยเฉพาะมันสำปะหลังลดลงมากกว่าร้อยละ 30 จากจีนหันไปใช้ข้าวโพดแทนมากขึ้น ส่วนข้าวลดลงร้อยละ 24 และยางพาราลดลงร้อยละ 9

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงกำหนดเป้าหมายการส่งออกขยายตัวร้อยละ 5 ปีนี้ โดยช่วงระยะเวลาที่เหลือจะต้องผลักดันส่งออกให้มีมูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 19,000 – 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนการที่อังกฤษลงประชามติโหวตว่าจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) น่าเป็นห่วงผลกระทบในส่วนของค่าเงิน เพราะถ้าหากอังกฤษออกจากอียูจะส่งผลให้เงินปอนด์ดิ่งลง ทำให้สินค้าไทยมีราคาแพงขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อยอดส่งออกในช่วงอีก 2-3 เดือนข้างหน้า แต่ที่น่าห่วงมากกว่า คือ ค่าเงินปอนด์ที่ลดลงจะฉุดให้ค่าเงินยูโรดิ่งตามลงมาหรือไม่ ซึ่งยังคาดคะเนได้ยาก อย่างไรก็ตาม เรื่องการค้ายังมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านอีก 2-3 ปีหากอังกฤษต้องการจะเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทางการค้าต่าง ๆ และขณะนี้ไทยได้กระจายตลาดส่งออกไทยยังประเทศต่าง ๆ มากแล้วไม่ได้พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลักเหมือนในอดีต โดยการส่งออกของไทยไปอียูคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 9 ส่วนการส่งออกไปอังกฤษมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1-2 เท่านั้น