"รมว.คลัง" เตรียมประชุมเอไอเอบี 25-26มิ.ย.นี้ จี้เอกชนรายใหญ่ลงทุน หวังขยับสัดส่วนถึง 30% ต่อจีดีพี
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับการเข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (เอไอไอบี) ครั้งแรก ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่25-26มิ.ย.นี้ ซึ่งไทยได้ส่งมอบสัตยาบันสารต่อความตกลงว่าด้วยธนาคารเอไอไอบี เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งการจัดตั้งธนาคารเอไอไอบีขึ้นมาจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มประเทศเอเชีย เกิดความร่วมมือในภูมิภาค สร้างความแข็งแกร่งเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา
สำหรับการประชุมครั้งนี้ จะมีการหารือทิศทางการทำงานของเอไอไอบีร่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึงจะมีการคัดเลือกคณะกรรมการธนาคารเอไอไอบี วาระปี 2559-2561 คาดว่าไทยน่าจะได้รับการเลือกเป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมจะมีการหารือโครงการลงทุนสำคัญที่จะเกิดขึ้น ด้วยการร่วมกับองค์กรต่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เป็นต้น ซึ่งประเทศที่ต้องการลงทุนธนาคารเอไอไอบีจะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากอันดับประเทศยากจน และรายละเอียดของโครงการ ร่วมทั้งผู้ร่วมลงทุน เป็นต้น
“แต่ละประเทศสมาชิก จะได้อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ขณะที่ไทยอาจจะพิจารณากู้เงินกับเอไอไอบีในอนาคต เพราะสภาพคล่องในตลาดมีสูง สามารถใช้เงินกู้ในประเทศได้ อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากราว 2-3% เท่านั้น”
ช่วงที่ผ่านมา มีการสนับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศต่างๆ จะนำมาซึ่งการลงทุนของเอกชนตามมา จะช่วยสร้างการเติบโตเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งได้มีการลงทุนเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น และช่วงทราผ่านมาได้เห็นสัญญาณการลงทุนของเอกชนไทยมานานแล้ว แต่เป็นสัญญาณอ่อนๆ แต่เท่าที่รู้มีเอกชนรายใหญ่รอลงทุนอยู่ เพราะดอกเบี้ยต่ำ และยังได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตากภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาเห็นตัวเลขส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอขยายตัวดีขึ้น
“ขณะนี้การลงทุนเอกชนสัดส่วนไม่ถึง 20% ต่ออัตราการขยายตัวเศรษฐกิจประเทศหรือจีดีพี หากเอกชนมีการลงทุนเพิ่มขึ้นสัดส่วนเป็น 30-40% เหมือนสมัยก่อนเชื่อว่าจีดีพีจะถึง 4% ได้แน่นอน”








