วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนง.คงประมาณการจีดีพีปีนี้โต 3.1%

"กนง." มีมติเอกฉันท์ “คง” ดอกเบี้ยที่ 1.5% เหตุภาวะการเงินในปัจจุบันเอื้อต่อการฟื้นตัว พร้อมคงประมาณการเติบโตจีดีพีปีนี้ที่ 3.1%

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง. วันนี้(22มิ.ย.) มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เนื่องจากมองว่าภาวะการเงินอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากอัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่อยู่ระดับต่ำ นอกจากนี้การระดมทุนโดยรวมของภาคธุรกิจและสินเชื่อครัวเรือนยังขยายตัวได้ แม้บางธุรกิจยังมีข้อจำกัดในการได้รับสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม กนง. เห็นว่า ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น(Search for yield) จากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน

นายจาตุรงค์ กล่าวว่า กนง. ยังมีความเห็นว่าการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงในระยะต่อไป เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลัก ผลการลงประชามติในสหราชอาณาจักร และความเสี่ยงในภาคการเงินจีน

นอกจากนี้ กนง. ยังคงประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ไว้ที่ 3.1% โดยได้แรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศและการท่องเที่ยวช่วยชดเชยการส่งออกสินค้าที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม กนง. ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตในปี 2560 ลงเหลือ 3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ 3.3% เนื่องจากการส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง

ส่วนการส่งออกในปีนี้ กนง. ได้ปรับลดคาดการณ์เพิ่ม โดยประเมินว่าในปีนี้การส่งออกน่าจะหดตัวราว 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัวที่ 2% ส่วนในปี 2560 ได้ปรับลดคาดการณ์การส่งออกเหลือเติบโต 0% หรือไม่เติบโตเลย จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 0.1%

ส่วนกรณีการลงประชามติของสหราชอาณาจักรนั้น ที่ประชุมประเมินว่า ผลกระทบระยะสั้นคงมีผลต่อความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุน ซึ่งเรื่องนี้ ธปท. ได้เตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว และเท่าที่สำรวจในตลาดการเงินพบว่า ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ก็เตรียมรับมือกับเรื่องเหล่านี้ไว้ดีพอสมควร

สำหรับผลกระทบทางตรงในระยะสั้นคงไม่มากนัก แต่ยังต้องจับตาดูผลการลงประชามติ เพราะหากผลโหวตให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป กรณีนี้ก็คงส่งผลกระทบกับการค้าของไทยในระยะยาวบ้างเช่นกัน เพียงแต่จะมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ยังเร็วไปที่จะประเมิน