ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยนักลงทุนบางส่วนอาจชะลอการลงทุน เพื่อรอดูผลการลงประชามติ Brexit ในวันที่ 23 มิ.ย.59 ขณะที่ตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบอาจทำให้มีแรงเก็งกำไรกลุ่มพลังงานเข้ามาบ้าง
แนวรับ/แนวต้าน : 1410/1440 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา
หุ้นแนะนำ
BANPU (15.3) : คาดผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าหงสาจะดีขึ้นจาก utilaztion rate ในช่วง 2Q59 ที่คาดว่าจะใกล้เคียง 80% เทียบกับ utilization rate ที่ 66% ในช่วง 1Q59 นอกจากนี้ภาพรวมของ BANPU ได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วและยังมีปัจจัยบวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปี 59 และการลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm
PACE (3.70) : ภาพรวมผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นบวกในช่วง 1-2 ปีนี้ จากการรับรู้รายได้ของโครงการมหานครและมหาสมุทร เราจึงแนะนำให้ซื้อสะสมในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว นอกจากนี้ในระยะยาวคาดว่าจะเห็นการขยายตัวในธุรกิจร้านกาแฟ Dean & Deluca มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ
THAI (21) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58
CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ททท.เร่งฟื้นตลาดรัสเซีย คาด 2 ปีโกย 1.7 ล้านคน สูงสุดเท่าปี 2556 ชูกลยุทธ์เจาะท่องเที่ยวเชิงแพทย์รุกพื้นที่ภาคตะวันออก เตรียมดึงธุรกิจแพทย์โรดโชว์ปลายปีนี้
+ แบงก์กรุงเทพ-กสิกรไทยร่วมหั่นค่าฟี ร้านค้ารับบัตรเหลือ 0.75% พร้อมร่วมประมูลติดตั้งเครื่องอีดีซีภาครัฐแข่งกับอีดีซีพูลของ 6 แบงก์ ทีพีเอ็นรอกรุงไทยกสิกรไทยและไทยพาณิชย์อีก 1 เดือน ได้ข้อสรุปโครงสร้างผู้ถือหุ้น ร่วมเดินหน้าธุรกิจ ชิพการ์ดในประเทศ
- นักเศรษฐศาสตร์ ฟันธง กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% รอผลอังกฤษประชามติ 23 มิ.ย. คาดแบงก์ชาติเตรียมพร้อมรับมือแล้ว ขณะสภาพคล่องล้น ลดดอกเบี้ยไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เหตุมาจากความเชื่อมั่นนักลงทุน ประเมินคงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปี
- “แบงก์ชาติ” เผย 1 ปี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ทั้งระบบรวมกว่า 340 ล้านบาท ขณะ “เอ็นพีแอล” ต่ำกว่า 1% ชี้รายที่ “หนี้เสีย” สูงกว่า 30-40% เป็นบริษัทใหม่ อยู่ในช่วงทดลองตลาด ด้าน “ไทยเครดิต” หวังนาโนไฟแนนซ์หนุนสินเชื่อรวมโตตามเป้า เผยเอ็นพีแอลปัจจุบัน 3%
- “คลัง” นัดแบงก์รัฐหารือ ปรับเงื่อนไขปล่อยกู้โครงการบ้านประชารัฐ หลังยอดอนุมัติสินเชื่ออืด เพียง 6 พันล้าน จากวงเงินรวม 4 หมื่นล้าน พบผู้สนใจส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ ระบุอุปสรรคกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการลดราคา รับภาระโอน และการกู้สร้างบ้าน รวมราคาที่ดินต้องไม่เกิน 1.5 ล้าน
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันศุกร์ โดยหุ้นแอปเปิลถ่วงดัชนีลง ขณะที่นักลงทุนเตรียมพร้อมสำหรับการลงประชามติของอังกฤษในวันพฤหัสบดีที่ 23 มิ.ย.นี้ว่าจะออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 57.94 จุดหรือ 0.33% สู่ 17,675.16 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 44.58 จุดหรือ 0.92% สู่ 4,800.34
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้น โดยดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่เยนทรงตัว ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 165.52 จุด หรือ 1.07% มาที่ 15,599.66 หลังจากที่ดิ่งลง 3.1%เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ตัดสินใจชะลอการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ซึ่งทำให้เยนแข็งค่าขึ้น
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 3.8 % ในวันศุกร์ ในขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง และนักลงทุนลดความกังวลเรื่อง Brexit หรือเรื่องที่อังกฤษอาจจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.พุ่งขึ้น 1.77 ดอลลาร์หรือ 3.8% มาปิดตลาดที่ 47.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.83-48.29 ดอลลาร์








