วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ซีแอลเอ็มวีที”ลุยเชื่อมท่องเที่ยวภูมิภาค

รัฐมนตรีท่องเที่ยว “ซีแอลเอ็มวีที” เห็นพ้องผนึกท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาค ดันเศรษฐกิจภูมิภาคโต

ในงาน“CLMVT Forum 2016: Towards a Shared Prosperity” ที่จัดโดยความร่วมมือของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ระหว่างวันที่ 16-17 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมเสวนาทั้งผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) มาร่วมประชุมในหลากหัวข้อเสวนา หนึ่งในหัวข้อเสวนาสำคัญ คือการพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกัน

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “การท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อในซีแอลเอ็มวีที : การเดินทางของนักท่องเที่ยวแบบไร้พรมแดน” ว่า การท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที ที่กำลังหาแนวทางผลักดันการท่องเที่ยวให้เติบโตร่วมกัน

โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดความเชื่อมโยงและพัฒนา “โปรแกรมการท่องเที่ยว” เชื่อมโยงให้เป็นแพ็กเกจเดียวกัน เพื่อเพิ่มจำนวนและรายได้จากการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ 

ปีที่ผ่านมาไทยมีนักท่องที่ยวเดินทางเข้าประเทศกว่า 30 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีเดินทางเข้ามาในไทยกว่า 10% หรือ 2.7 ล้านคน

ขณะที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในอาเซียนในปีที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนประมาณ 205 ล้านคน โดยมีสัดส่วน 46% ที่เที่ยวภายในภูมิภาคด้วยกันเอง กระทรวงท่องเที่ยวฯ ยังมีเป้าหมายจะผลักดันสัดส่วนให้เป็น 50% ภายในปีหน้า

“เมียนมา”แนะไอเดียกรีนซีซัน

นายอู โอน หม่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโรงแรมและท่องเที่ยว เมียนมา กล่าวว่า อยากให้มองการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซันที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยให้เป็นโอกาสการท่องเที่ยวช่วง“กรีนซีซัน”โดยเฉพาะช่วงระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค.เพราะเป็นช่วงฤดูฝนที่มีใบไม้เขียวชะอุ่ม จึงน่าจะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในช่วงนี้ได้ ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ เช่น ฤดูกาลเพาะปลูกนาข้าวและการทำฟาร์มต่างๆในกลุ่ม5ประเทศ คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย

“ในช่วงกรีนซีซันถือเป็นช่วงปิดเทอมในยุโรปจึงน่าจะมีโอกาสดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป ครอบครัว เด็กนักเรียน นักศึกษาให้เดินทางเข้ามาเที่ยวผ่านการพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากขึ้น”

“ลาว”ชูสร้างเครือข่ายคมนาคม

นายสะหวัน นะคอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สปป.ลาว กล่าวว่า มองว่าลาวไม่ใช่ประเทศ“แลนด์ล็อค” (ประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล) อีกต่อไป แต่เป็นประเทศที่เชื่อมต่อกับทุกประเทศในกลุ่ม“ซีแอลเอ็มวีที”และเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคสามารถใช้เป็นเส้นทางข้ามผ่านไปยังประเทศใกล้เคียงต่างๆได้และเล็งเห็นความสำคัญว่ากลุ่มซีแอลเอ็มวีทีจะต้องสร้างความร่วมมือเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมต่างๆมากขึ้น เช่น ถนน สะพาน เกตเวย์ต่างๆที่จะต้องสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน

“กัมพูชา”แนะแก้ปัญหาเอกสารท่องเที่ยว  

นายตีต จันทา ฝ่ายเลขานุการ กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา กล่าวว่า การเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และในอนาคตกัมพูชาจะเริ่มเปิดจุดตรวจค้นระหว่างชายแดนมากขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางผ่านเส้นทางเชื่อมต่อมากขึ้น 

นอกจากนี้ มองว่าอาจต้องขจัดอุปสรรคในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวออกไป เช่น ขั้นตอนการทำวีซ่า โดยบางประเทศก็ยังหาสถานที่ทำเรื่องวีซ่าได้ยาก มีค่าใช้จ่ายวีซ่าที่ต้องดำเนินการ 

อีกปัญหาสำคัญ คือจุดตรวจค้นตามด่านต่างๆปิดทำการในเวลาที่ไม่เท่ากัน เช่น จุดตรวจค้นในอีกประเทศยังไม่ปิดทำการ แต่อีกประเทศปิดทำการแล้ว ซึ่งอาจสร้างความสับสนและไม่ได้อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวมากนัก จึงเป็นเรื่องที่ซีแอลเอ็มวีทีต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาความซับซ้อนและความแตกต่างกันเหล่านี้ต่อไป

นอกจากนี้ อาจต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมการทำงานเพื่อช่วยให้การทำงานด้านท่องเที่ยวสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่นในบางประเทศต้องกรอกแบบฟอร์ม วีซ่า แบบฟอร์มเข้าเมืองแบบฟอร์มศุลกากรต่างๆ มีขั้นตอนต่างๆที่ยุ่งยากรวมถึงภาษาที่ใช้กรอกแบบฟอร์มส่วนใหญ่ก็มีเฉพาะภาษาอังกฤษ อาจสร้างปัญหาให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทางหน่วยงานในกัมพูชาก็พยายามหาแนวทางแก้ไขกันอยู่

ทั้งนี้ มองว่าอาจต้องจัดตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาตามชายแดนเหล่านี้และรัฐบาลในแต่ละประเทศก็ควรมีความร่วมมือและวางกลไกการจัดการปัญหาเหล่านี้เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันมากขึ้นโดยอาจต้องพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการ และการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ประกอบกับ ปัจจัยภายในและภายนอก เช่น ต้องดูว่าประเทศมีความปลอดภัยที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้มากหรือน้อยอย่างไร มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมมากเพียงใด และปัจจัยภายนอกก็ต้องดูในด้านการเมือง ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือควรจะมีนโยบายที่จะสนับสนนุนและดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างไรบ้าง ซึ่งถือว่าสำคัญอย่างมากที่รัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องมีส่วนร่วมดำเนินการ

“เวียดนาม”ชงแชร์ข้อมูลท่องเที่ยว 

นายเหวือง ซุย เบียน รัฐมนตรีช่วยการกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว เวียดนาม กล่าวว่า  ความเชื่อมโยงด้านการขนส่ง คมนาคม เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องได้รับการพัฒนา และกระบวนการพิธีการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางก็ควรจะทำให้ง่ายมากขึ้น

กลุ่ม“ซีแอลเอ็มวีที”มีหลายอย่างคล้ายคลึงกันที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแชร์ข้อมูลที่เป็นประโชน์ร่วมกันได้“ เช่น เรื่องการท่องเที่ยวชุมชนก็ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนได้ หรือหากแต่ละประเทศมีข้อมูลสถิติด้านการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ก็อาจนำมาแบ่งปันข้อมูลเพื่อหาทางช่วยเหลือและสร้างการเติบโตด้านการท่องเที่ยวร่วมกันได้