แม้“ทีวีดิจิทัล”ออกอากาศมากว่า 2 ปี แต่ช่องทางรับชมโทรทัศน์ของครัวเรือนไทยปัจจุบันสัดส่วน 60-70% ผ่านกล่องรับสัญญาณเคเบิลและดาวเทียม
ส่งผลให้“ทีวีดาวเทียม” มีโอกาสเข้าถึงฐานผู้ชมจำนวนมาก ดังนั้นช่องที่มีคอนเทนท์โดดเด่น จึงสามารถครอง“เรทติ้งผู้ชม”เหนือทีวีดิจิทัลช่องใหม่
ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจเพลง บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจทีวีดาวเทียม“สบายดีทีวี” กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมทีวีเปลี่ยนแปลงสูงจากการออกอากาศทีวีดิจิทัลช่องใหม่ทำให้มี“ผู้เล่น”มากขึ้นและเข้ามาแย่งชิงแชร์เม็ดเงินโฆษณาทีวี“ก้อนเดิม”
“มองว่าการแข่งขันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกธุรกิจรวมทั้งสื่อทีวี หากทีวีดาวเทียมวางแนวทางปรับตัวและกลยุทธ์ตอบโจทย์ผู้ชมด้วยคอนเทนท์ที่แตกต่างจะอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขันสูง”
คอนเทนท์เจาะเซ็กเมนต์
ปัจจุบันช่องทีวีดาวเทียมวางรูปแบบการนำเสนอที่ชัดเจน มีความโดดเด่นและแตกต่างกันในแต่ละช่อง เพื่อเจาะผู้ชมรายเซ็กเมนท์ เช่น ทีวีโฮมชอปปิง ช่องเพลง ภาพยนตร์ ซีรีส์การ์ตูน รวมถึงพฤติกรรมผู้ชมแตกต่างกัน โดยผู้ชมทีวีดาวเทียมส่วนใหญ่มักเปิดช่องใดช่องหนึ่งตลอดทั้งวัน ต่างกับผู้ชมทีวีดิจิทัลที่มักจะกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหารายการที่สนใจ
“การเรียนรู้และศึกษาพฤติกรรมผู้ชมทีวี จะทำให้เข้าใจและสามารถนำไปปรับกลยุทธ์พัฒนาคอนเทนท์ให้แข็งแกร่ง เพื่อดึงผู้ชมอยู่กับช่องตลอดวัน ถ้าเรารู้ว่าคนดูอยากเสพคอนเทนท์แบบไหน เราก็นำเสนอแนวนั้น ให้ถูกจริตและตอบโจทย์คนดู”
คอนเซปต์ชัดดันเรทติ้ง
ศุภชัย เชื่อว่าธุรกิจทีวีดาวเทียมจากนี้ยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากหลายช่องมีคาแรคเตอร์และคอนเทนท์ที่ชัดเจนในการดึงผู้ชมและสร้างจุดขายที่แตกต่างในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สำหรับช่อง“สบายดีทีวี” มีคอนเซปต์ชัดเจนเป็น “ช่องเพลง” พัฒนาคอนเทนท์ผ่านตัวศิลปินและเพลงในค่ายนำทรัพยากรมาต่อยอดให้กับธุรกิจมีเดีย
วางกลยุทธ์ผ่าน 3 เครื่องมือ คือ 1.“ออนแอร์” ที่เน้นสร้างคอนเทนท์ให้เกิดความหลากหลาย ดึงจุดแข็งของแบรนด์“อาร์สยาม”มาเสริมทัพ เจาะกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย ทั้งกลุ่มต่างจังหวัด แม่บ้าน รวมถึงวัยรุ่น 2.“ออนกราวด์” วางกิจกรรมการตลาดทั้งปีเชื่อมโยงแบรนด์ “สบายดีทีวี”กับผู้ชม เสนอแพ็คเกจขายโฆษณาคู่อีเวนท์จูงใจสปอนเซอร์ ในปีนี้มี 4 -5 กิจกรรมใหญ่ และ3. “ออนไลน์” ให้บริการรับชมผ่านแอพพลิเคชั่น “สบายดีทีวี”
จากกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้ช่องสบายดีทีวียังคงรักษาเรทติ้ง“ผู้นำ”ทีวีดาวเทียมช่องเพลงต่อเนื่อง ปีนี้วางเป้าหมายรายได้ 350 ล้านบาทใกล้เคียงปีก่อน ปัจจุบันราคาโฆษณาอยู่ที่นาทีละ 30,000 บาท
ช่องผู้นำขยับราคาโฆษณา
ถือเป็นช่องทีวีดาวเทียมที่มีเรทติ้งผู้ชมเกาะกลุ่มทีวีดิจิทัลได้อย่างโดดเด่น ทั้งช่อง “บูมเมอแรง”และ“เอ็ม แชนแนล”
สยามรัศมิ์ เลาหสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง จำกัด กล่าวว่าภาพรวมธุรกิจทีวีดาวเทียมปีนี้ได้รับผลกระทบจากแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมทีวีและเศรษฐกิจชะลอตัว ทำใช้เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีอยู่ในภาวะติดลบ แต่มองว่าทีวีดาวเทียมที่มีเรทติ้งท็อปไฟว์ยังมีโอกาสอยู่รอด เพราะยังได้รับงบโฆษณา ส่วนช่องที่เหลืออาจเห็นการปิดตัวเพิ่มในปีนี้
“ช่วง 2-3 ปีก่อนมีช่องทีวีดาวเทียม 200-300 ช่อง แต่หลังจากมีทีวีดิจิทัลเข้ามาแย่งฐานผู้ชม และปัจจัยเศรษฐกิจซบเซาส่งผลให้ช่องทีวีดาวเทียมปิดตัวไปแล้วกว่า 50%”
สำหรับทีวีดาวเทียมของบริษัทยังรักษาเรทติ้งผู้นำ โดย“เอ็ม แชนเนล” เป็นช่องภาพยนตร์อันดับ 1 ส่วน“บูมเมอแรง”เป็นผู้นำประเภทการ์ตูน และ“ทูนามิ”ครองอันดับ4 โดยกลยุทธ์การดำเนินงานจะนำเสนอคอนเทนท์ใหม่ต่อเนื่อง
“ในภาวะการแข่งขันสูงทั้งทีวีดิจิทัลและทีวีดาวเทียม เราต้องมอนิเตอร์เรทติ้งแต่ละคอนเทนท์เป็นรายสัปดาห์ เพื่อดูว่าสามารถดึงดูดคนดู้ได้หรือไม่ หากเรทติ้งไม่ดีจะนำออกจากผังรายการ จากเดิมที่สำรวจแบบรายเดือน”
พร้อมเดินหน้าเจรจาพันธมิตรแพลตฟอร์มกล่องดาวเทียม เพื่อจัดเรียงเลขหมายเลขช่องทั้ง 3 ช่องให้อยู่ติดกัน เพื่อให้ผู้ชมจดจำและเปิดหาได้ง่ายขึ้น รวมทั้งขยายการรับชมช่องบูมเมอแรงผ่านช่องทางออนไลน์บนยูทูบ แชนแนล ที่เปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา
ช่วงไตรมาสแรกรายได้โฆษณา “เอ็ม แชนเนล” เติบโต 20% เทียบปีก่อน ส่วนอีก 2 ช่องทรงตัวแต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบภาพรวมโฆษณาทีทีวีดาวเทียมที่อยู่ในภาวะ“ติดลบ”
นอกจากนี้ได้ปรับขึ้นราคาโฆษณา50-100% มองว่ายังมีโอกาสปรับราคาได้อีก เพราะเป็นช่องที่มีเรทติ้งในกลุ่มผู้นำและนำเสนอคอนเทนท์เจาะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ปีนี้วางเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 20%
เสริม‘คอนเทนท์-อีเวนท์’
อรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ รองประธาน บริษัทโรส มีเดียแอนด์เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด กล่าวว่าปีนี้อุตสาหกรรมสื่อได้รับผลกระทบจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจส่งผลให้สินค้าชะลอใช้จ่ายงบโฆษณา โดยเฉพาะทีวี ที่พบว่าภาพรวมทุกแพลตฟอร์มอยู่ในภาวะติดลบ
“ธุรกิจทีวีขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจ ถ้าหากเรทติ้งดีแต่เศรษฐกิจไม่ดี สินค้าก็ตัดงบโฆษณาอยู่ดี"
สำหรับทีวีดาวเทียมของบริษัททั้งช่องแก๊งการ์ตูนและช่อง40 50 ช่วงครึ่งปีแรกไปในทิศทางเดียวกับตลาด ที่ลูกค้าลดการใช้งบโฆษณากว่า 50% ขณะที่ภาพรวมทีวีดาวเทียมอยู่ในภาวะ“ลำบาก”
กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปีนี้จึงมุ่งสร้างความคุ้มค่าให้ลูกค้าด้วยการจัดกิจกรรมอีเวนท์ เสนอแพ็คเกจโฆษณาและรูปแบบ tie-in พร้อมทั้งเพิ่มคอนเทนท์การ์ตูนใหม่เดือนละ 2 เรื่อง เพื่อดึงดูดผู้ชม โดยเป็นลิขสิทธิ์การ์ตูน 90% และที่เหลือเป็นคอนเทนท์ผลิตเอง เป้าหมายปีนี้ผลักดันรายได้ทีวีดาวเทียมเติบโต 5%









