วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รบ.ปรับปรุงบริการธุรกิจ หวัง'เวิลด์แบงก์'จัดอันดับไทยดีขึ้น

"โฆษกรัฐบาล" เผยรัฐปรับปรุงการให้บริการ หวัง “เวิลด์แบงก์" จัดให้ไทยอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลได้ปรับปรุงการให้บริการของรัฐที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ตั้งแต่เริ่มต้นขอประกอบกิจการ ไปจนถึงขั้นตอนเลิกกิจการ ให้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามตัวชี้วัด 10 ด้านของธนาคารโลก ซึ่งหน่วยงานทุกส่วนได้มารายงานความคืบหน้าของการปรับปรุงระเบียบขั้นตอนการทำธุรกิจในประเทศไทย พบว่าได้ผลคืบหน้าไปมาก และหวังว่าในการประเมินรอบต่อไปไทยจะได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า จากรายงาน Doing Business 2016 ของธนาคารโลก ครั้งล่าสุด ได้จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่มีความง่ายในการประกอบธุรกิจ และเป็นมิตรต่อผู้ประกอบการในลำดับที่ 49 จาก 189 ประเทศ โดยประเมินจากขั้นตอนการดำเนินการ ระยะเวลา รวมทั้งค่าใช้จ่าย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามแนวทางที่พัฒนาขึ้น เพื่อเอื้อต่อการประกอบกิจการของนักลงทุนให้มากที่สุด และเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนทราบถึงสิทธิประโยชน์ และขั้นตอนการให้บริการที่รวดเร็วขึ้น ทั้งยังกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติว่าเมื่อดำเนินการใดๆ ไปแล้ว ยังติดขัดหรือขาดความคล่องตัวในจุดใด ก็ให้เร่งปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุนต่อไป

ทั้งนี้ ผลการปรับปรุงการให้บริการของรัฐในการประกอบธุรกิจ ทั้ง 10 ด้านตามตัวชี้วัดของ ธนาคารโลก ได้แก่ 1.ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ ให้บริการผ่านระบบออนไลน์ (Biz Portal) เพื่อให้จัดตั้งธุรกิจแบบเบ็ดเสร็จ 2.ด้านการขออนุญาตก่อสร้าง จัดตั้งศูนย์ให้บริการขออนุญาตก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จที่ สนง.เขต 3.ด้านการขอใช้ไฟฟ้า ลดขั้นตอนการขอไฟฟ้า ลดเวลาลง 9 วัน ปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้มีความเสถียร 4.ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน พัฒนาระบบออนไลน์เพื่อสืบค้นข้อมูลรูปแบบที่ดินและจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เชื่อมโยงเลขบัตรประชาชน

5.ด้านการได้รับสินเชื่อออก พ.ร.บ.หลักประกันสินเชื่อ ช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน เครดิตบูโร ให้บริการคะแนนเครดิตแก่สถาบันการเงินสมาชิก 6.ด้านการคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อย แก้ไขกฎหมายให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถจัดประชุมวิสามัญและตรวจสอบกิจการได้ และได้รับเงินปันผล 7.ด้านการชำระภาษี สามารถชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสและธนาคาร 8,000 แห่ง จัดทำโปรแกรมบัญชีอย่างง่ายแก่ SMEs 8.ด้านการค้าระหว่างประเทศ บูรณาการข้อมูล ปฏิรูปกฎหมายศุลกากร โครงการนำร่องปล่อยสินค้าล่วงหน้า 9. ด้านการบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง แก้ไขกฎหมายบังคับคดี ลดขั้นตอนการขายทอดตลาด นำระบบ E-service มาใช้ และ10.ด้านการแก้ไขปัญหาการล้มละลาย แก้ไขกฎหมายให้ SMEs ยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้ และนำ E-service มาใช้