วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯชี้อังกฤษออกจากอียู กระทบไทยระยะสั้น

"บล.กสิกรไทย" ระบุ หากอังกฤษลงประชามติให้ออกจากสหภาพยุโรป จะกระทบการลงทุนระยะสั้น แนะซื้อสะสมหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในปท.

นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า หากอังกฤษลงประชามติออกมาว่าให้ออกจากสหภาพยุโรป หรือ EU จะส่งผลกระทบต่อ Sentiment การลงทุนระยะสั้น ซึ่งจะทำให้ความมั่นใจลดลงในสกุลเงินยูโร และปอนด์ รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยง จะทำให้เห็นการลดถือครองสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงสกุลเงินยูโร และปอนด์ แล้วมาถือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และเยนแทนแต่ในระยะกลาง ถึงยาว ต้องติดตามว่าประเทศอังกฤษจะมีการปรับแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป ซึ่งหากไม่มีการปรับตัวเลย จะส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศให้ติบลบ โดยมีการคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจจะติดลบถึง 7.5%

"เรายังคงเดาเรื่องพวกนี้ได้ยากว่าอังกฤษจะตัดสินใจออกจากกลุ่ม EU หรือไม่ เพราะเราก็ไม่ใช่ประชากรของอังกฤษ แต่เราดูแล้วคนที่อยู่นอกกลุ่ม EU ส่วนใหญ่เศรษฐกิจโตมาก และโตได้ดีด้วย ซึ่งถ้าออกจริงจะเป็นผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ๆ เท่านั้น แต่ในระยะยาวหากมีแนวทางการแก้ไขที่ดี และทุกคนเริ่มนิ่งขึ้น นักลงทุนก็จะเริ่มกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง เพราะปัจจุบันแม้ว่าประเทศอังกฤษจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลกก็ตามแต่ก็ไม่ได้สร้างการเติบโตของโลกได้มากนักเพราะปัจจุบันประเทศที่เป็นตัวผลักดันการเติบโตของโลกหลักคือ สหรัฐ และจีนมากกว่า"นายกวี กล่าว

สำหรับผลกระทบกับประเทศไทยนั้น ในระยะสั้นก็อาจจะกระทบต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง แต่อย่างไรก็ตามดัชนีตลาดหุ้นไทยจะไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติมีเหลืออยู่น้อยมาก เพราะในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาต่างชาติขายหุ้นไทยออกมามาก ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยก็คงจะได้รับผลกระทบไม่มากนักเช่นกัน เพราะปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกไปยัง ประเทศอังกฤษ และกลุ่ม EU ก็ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการลงทุนจากไทยไปยังกลุ่ม EU ก็ไม่ได้มากนัก

ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะถูกกระทบบ้างจากสัดส่วนรายได้ของกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่ม EU คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของทั้งหมด แต่เชื่อว่าจะอยู่ในวงที่ค่อนข้างจำกัด เพราะประเทศไทยยังถือว่ามีค่าใช้จ่ายต่ำในการที่จะเดินทางท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามในด้านการลงทุนตลาดหุ้นนั้น เห็นว่านักลงทุนควรพิจารณาจากปัจจัยในประเทศมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อในประเทศ การบริโภค และการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ และในช่วงราคาหุ้นปรับตัวลงก็เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้นสะสมเพิ่มเติม โดยให้ดูหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศที่ได้รับผลบวกจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง