วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :   แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยเมื่อคืนนี้ธนาคารกลางสหรัฐมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.25%-0.50% ตามเดิม และมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อเศรษฐกิจในอนาคต รวมทั้งการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐในปีนี้ลง เป็นต่ำกว่า 50% ที่มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี เช้านี้ตลาดหุ้นในภูมิภาคและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังปรับตัวลง ขณะที่หุ้นในกลุ่มธนาคารของไทยอาจถูกกดดันจากแนวโน้มค่าธรรมเนียมที่ลดลงจากแคมเปญ "พร้อมเพย์"

แนวรับ/แนวต้าน : 1420/1440 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

BANPU-W3 (10) : เราแนะนำให้ซื้อสะสม BANPU-W3 เนื่องจากภาพรวมของ BANPU ได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วและยังมีปัจจัยบวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปี 59 และการลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm การถือ warrant จึงทำให้นักลงทุนได้ประโยชน์จาก gearing หรือ leverage มากกว่าถือหุ้นแม่

PACE (3.70) : ภาพรวมผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นบวกในช่วง 1-2 ปีนี้ จากการรับรู้รายได้ของโครงการมหานครและมหาสมุทร เราจึงแนะนำให้ซื้อสะสมในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว นอกจากนี้ในระยะยาวคาดว่าจะเห็นการขยายตัวในธุรกิจร้านกาแฟ Dean & Deluca มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

THAI (18.90) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58

CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ แบงก์ชาติ-ผนึกสมาคมธนาคารไทย นำร่อง อีเพย์เมนท์แห่งชาติ ดันระบบ “เอนี ไอดี” ใช้ชื่อบริการ “พร้อมเพย์” โอนเงินต่ำกว่า 5 พันบาทฟรีค่าธรรมเนียม เปิดประชาชนลงทะเบียนทั่วประเทศ 15 ก.ค. เริ่มใช้จริงเดือน ต.ค.นี้ ธปท.มั่นใจปลอดภัยจากแฮกเกอร์ ด้านนายแบงก์ยันไม่กระทบรายได้ชี้เป็นประโยชน์ทุกฝ่าย ต้นทุนลดโอนเงินสะดวก

+ คมนาคมขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี สั่งขีดเส้น 1 พ.ย. 59 ต้องมีรถเมล์ไฟฟ้า 20 คัน เริ่มวิ่งให้บริการ ส่วนรถเมล์ NGV คาดได้ข้อสรุปภายในต้นเดือน ก.ค. หลังมีเอกชนผ่านคุณสมบัติ 2 ราย ทางด้านบอร์ด รฟม. เห็นชอบเจรจาบีอีเอ็ม เดินรถไฟฟ้าช่วง 1 กิโลเมตร เตาปูน-บางซื่อ ระบุคณะกรรมการมาตรา 35 มีมติเอกฉันท์ อ้างลดค่าใช้จ่าย มั่นใจภายในสิ้นปีเคลียร์ปัญหาจบได้ตัวเอกชน พร้อมรายงานกระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้พร้อมแจง 1 ก.ค.นี้ เปิดขายซองสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมมีนบุรี มั่นใจได้ผู้รับเหมาดำเนินการภายในต้นปี 2560

+ ททท. เผยไตรมาส 3 การท่องเที่ยวยังสดใส คาดสร้างรายได้อีก 6.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% ด้านธุรกิจโรงแรมจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 80-85%

+ บอร์ดบีโอไอไฟเขียวหนุนอุตสาหกรรมใหม่ ยกเว้นภาษีนักวิจัย-ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงานในไทย หวังจูงใจเอกชนลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ขณะยอดคำขอส่งเสริมการลงทุน 5 เดือนทะลุ 2 แสนล้าน เพิ่ม 4 เท่าตัว เผยไตรมาสแรกลงทุนจริงกว่าแสนล้าน จากที่ยื่นขอในปี 2557-2558 เล็งตั้งสำนักงานในประเทศเพื่อนบ้านหนุนนักลงทุนไทยลงทุนอาเซียน

+ กลุ่มบริษัทดาวฯ ขยายลงทุนในระยองตั้งศูนย์วิจัยเทคโนโลยีใหญ่สุดในภูมิภาคเอเชีย พร้อมขยายโรงงาน ระบุนโยบาย “คลัสเตอร์” หนุนธุรกิจ มั่นใจไทยมีจุดแข็ง “บุคลากร-ฐานผลิตเอเชีย-ค่าแรง”

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันในวันพุธ หลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ลงมติคงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลง และนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการลงประชามติของอังกฤษในวันที่ 23 มิ.ย.ว่าจะออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) หรือไม่ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 34.65 จุดหรือ 0.20% สู่ 17,640.17และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 8.62 จุดหรือ 0.18% สู่ 4,834.93

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวน หลังจากร่วงลง 4 วันติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อคืน ขณะที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) รวมถึงความวิตกที่ว่า อังกฤษอาจจะลงมติออกจากสหภาพยุโรป ทำให้นักลงทุนวิตกกังวล ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 60.58 จุด หรือ 0.38% มาที่ 15,919.58 หลังจากร่วงลงในช่วงแรก

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันในวันพุธ ซึ่งถือเป็นการปิดตลาดในแดนลบที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่อง Brexit หรือเรื่องที่อังกฤษอาจถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ในการทำประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดวางแผนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ถึงแม้เฟดปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.ดิ่งลง 48 เซนต์ หรือ 1 % มาปิดตลาดที่ 48.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 47.28-48.72 ดอลลาร์