ยุทธศาสตร์ “เซ็นทรัล ลักชัวรี คอลเลคชั่น” ของกลุ่มทุนสัญชาติไทยเซ็นทรัล มุ่งสร้างอาณาจักร “ห้างสรรพสินค้า” ในภาคพื้นยุโรป
ปักหลัก “เมืองท่องเที่ยว” ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการมาเยือนสักครั้งในชีวิต ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก ที่ “นักช้อป” ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิตเช่นกัน ประกอบด้วย ลา รีนาเชนเต (La Rinascente) อิลลุม (Illum) คาเดเว (KaDeWe) อัลสแตร์เฮ้าส์ (Alsterhaus) โอเบอร์โพลลิงเกอร์ (Oberpollinger) ภายใต้ คอลเลคชั่น ลักชัวรี รีเทล ยังรวมถึง เซ็นทรัล ชิดลม และ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในประเทศไทยอีกด้วย
ยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า เซ็นทรัลต้องการรวบรวม ห้างสรรพสินค้า หรือ ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ระดับลักชัวรี มีสถาปัตยกรรม เก่าแก่ ซึ่งจะเห็นว่า แต่ละแบรนด์มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกินกว่า 100 ปี ทั้งสิ้น โดยเลือกทำเลยุทธศาสตร์ “ทัวริสต์ เดสทิเนชั่น” ที่มีฐานลูกค้านักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมทั้งกลุ่มมิลเลียนแนร์ ซึ่งเป็นฐานหลักของอินเตอร์และลักชัวรีแบรนด์ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 2,300 คน เป็น 3,800 คน ภายในปี 2563
“ลักชัวรี คอลเลคชั่น วางเป้าหมายเป็น เดอะ ซิตี้ สโตร์ ของแต่ละเมืองที่ใครมาต้องนึกถึง ยกตัวอย่าง มามิลาน ก็นึกถึง ลา รีนาเชนเต ไปเบอร์ลิน ต้องนึกถึงคาเดเว ไม่ต่างจากมากรุงเทพฯ จะนึกถึงเซ็นทรัล ชิดลม”
นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ ลา รีนาเชนเต ในปี 2554 เซ็นทรัล ทุ่มเม็ดเงินลงทุนในยุโรปรวมกว่า 40,000 ล้านบาท จากปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2563 จะใช้งบลงทุนอีกกว่า 12,000 ล้านบาทในการปรับปรุงเครือข่ายสาขา รวมทั้งลงทุนห้างสรรพสินค้า ลา รีนาเชนเต แห่งใหม่ที่กรุงโรม เปิดบริการไตรมาส 3 ปี 2560
ภายใต้การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล ลา รีนาเชนเต มีผลประกอบการเติบโตสูง 21% ในปีที่ผ่านมา เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากในยุโรป ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ได้ขยายตัวฟู่ฟ่ามากนัก ลา รีนาเชนเต สาขามิลาน ยังได้รับเลือกให้เป็น ห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในโลก จาก GDSS ซึ่งเป็นการประชุมสัมมนาชั้นนำระดับโลกเกี่ยวกับธุรกิจห้างสรรพสินค้าจัดโดย Intercontinental Group of Department Stores (IGDS) สมาคมที่มีความสำคัญสูงสุดของบรรดาธุรกิจห้างสรรพสินค้า มีสมาชิกรวมกว่า 40 องค์กรทั่วโลก
รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อมอบให้แก่ห้างสรรพสินค้าที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม มีการพัฒนากลยุทธ์บริหารสาขา สินค้า การบริการ และด้านออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง มีบริการลูกค้าสัมพันธ์ที่เป็นที่ประทับใจ และสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง ลา รีนาเชนเต ไม่เพียงเป็นวันสต็อปชอปปิง แต่ลูกค้าที่มาเยือนกว่า 9.5 ล้านคนต่อปี ยังได้รับความประทับใจจากประสบการณ์ บรรยากาศ และสถาปัตยกรรมอันงดงามขอแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญใจกลางมิลานมหาวิหารดูโอโม (Piazza Duomo) ที่บริเวณเทอเรซ (Terrace) และร้านอาหารบนชั้น 7 ของห้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ที่เซ็นทรัลนำมาใช้ปรับปรุงเครือข่ายห้างหรูในยุโรป
ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ ลา รีนาเชนเต สาขามิลาน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในโลก และได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยชนะ Selfridges(UK) และ Brown Thomas (Ireland) 2 ห้างสรรพสินค้าที่เข้ารอบสุดท้าย นอกจากนี้ในงาน Global Department Store Summit ห้างสรรพสินค้าลา รีนาเชนเต ยังได้รับ รางวัลรองชนะเลิศ ในหมวด World’s Best Store Window Campaignat a Department Store 2016 Award จากผลงาน Edible Monsters โดย Zim&Zou ซึ่งถูกนำเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกในวันช่วงงาน EXPO MILANO 2015 อีกด้วย
ที่ผ่านมา ลา รีนาเชนเต สาขามิลาน ได้รับการจัดอันดับจากไฟแนนเชียลไทม์ส ให้ติดอันดับ 1 ของห้างสรรพสินค้าที่มีร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่ดีเลิศที่สุด คือ ร้านโคลาโล ล็อบสเตอร์ บาร์ และได้รับการจัดอันดับจากบิซิเนส อินไซด์เดอร์ ยูเค ให้เป็น 1 ใน 13 ห้างสรรพสินค้าที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต
ลา รีนาเชนเต ตั้งตระหง่านใจกลางเมืองมิลาน นครเอกแห่งแฟชั่นของโลก อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็
ห้างสรรพสินค้าหรูที่สุดของมิลานอีกด้วย มีลูกค้ามาเยือน 9.5 ล้านคนต่อปี หรือ 25,000-35,000 ต่อวัน เป็นศูนย์รวมแฟชั่นรองเท้านานาชนิดใหญ่ที่สุดของอิตาลี มีสินค้าระดับไฮเอนด์สำหรับสุภาพสตรี มากถึง 280 แบรนด์ สำหรับสุภาพบุรุษ 300 แบรนด์ สำหรับเด็ก 80 แบรนด์ สินค้าดีไซน์โดดเด่นและสินค้าตกแต่งบ้าน 400 แบรนด์ และมีสินค้ากูร์เมต์ อีกกว่า 1,300 ชนิด ปัจจุบันลา รีนาเชนเต มีทั้งสิ้น 11 สาขาในอิตาลี ตามเมืองต่างๆ ได้แก่ มิลาน, โรม 2 สาขา, ฟลอเรนซ์, คาตาเนีย, กาลยารี, พาเลอร์โม, เจนัว, แพดัว, มอนซ่า และ ตูริน
สำหรับ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว KaDeWe มาจากคำว่า “Kaufhaus des Westen” หมายถึงห้างสรรพสินค้าแห่งตะวันตก เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป อายุ 109 ปี ตั้งอยู่บนถนน โทเอนซีนสตราสเซอ (Tauentzienstrasse) ซึ่งเป็นถนนหลักสำหรับนักช้อป ใจกลางเบอร์ลินตะวันตก มีพื้นที่ 60,000 ตร.ม. ลูกค้ามาเยือนมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี หรือ 40,000-50,000 คนต่อวัน มีสินค้าให้เลือกกว่า 3.8 แสนรายการ
คาเดเว มีฟู้ดฮอลล์หรูขนาดเทียบเท่าสนามฟุตบอลถึง 2 สนาม และ “ลักชัวรี โกรเซอรี สโตร์” ขนาด 7,000 ตร.ม. ใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้รับการจัดอันดับจาก Trip Advisor ให้ห้างคาเดเวได้ 4.5 ดาว ซึ่งมากกว่า ห้างแฮรอดส์ (Harrods) ในลอนดอน และห้างลาฟาแยตในปารีส (Lafayette) ที่ได้ 4 ดาว และได้รับการขนานนามให้เป็น 1 ใน 13 ห้างสรรพสินค้าของโลกที่ทุกคนควรต้องไปเยือน โดย UK Business Insider เช่นเดียวกับ ลา รีนาเชนเต ทั้งได้รับการจัดอันดับให้เป็นห้างสรรพสินค้าที่งดงามและน่าหลงใหลมากที่สุดในโลก (World’s Most Spectacular Department Store) จาก Travel+Leisure 2016 นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังจากสหรัฐอีกด้วย
ในพระนิพนธ์เรื่อง “ไกลบ้าน” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเล่าถึงครั้งหนึ่งได้เสด็จเยือนห้างคาเดเว เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งหลังพุทธศักราช 2450 โดยทรงบรรยายถึงความโอ่อ่าของสถานที่ สินค้าที่มีมากมาย พร้อมทั้งการบริการของพนักงาน ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดและความภาคภูมิใจของคนไทย ที่ในปัจจุบันห้างสรรพสินค้าคาเดเว กลายเป็นห้างสรรพสินค้าของคนไทยภายใต้การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล
ทางด้าน อัลสแตร์เฮ้าส์ เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮัมบูร์ก อายุ 104 ปี ตั้งอยู่บนนถนจังเฟิร์นสตีค (Jungfernstieg) ถนนหลักที่มีชื่อเสียงในฮัมบูร์กเช่นกัน ด้านหน้าของห้างหันเข้าหาบินเนเอ้าสแตร์ (Binnen alster) ทะเลสาบสำคัญของเมือง จึงเป็นที่มาของชื่อ “อัลสแตร์เฮ้าส์” (Alster แปลว่า ทะเลสาป, haus แปลว่า บ้าน) ด้วยพื้นที่ขนาด 24,000 ตร.ม. มีลูกค้ามาเยือน 5 ล้านคนต่อปี หรือ 30,000-40,000 คนต่อวัน
โดยสินค้าที่ขึ้นชื่อและทำชื่อเสียงให้อัลสแตร์เฮ้าส์มายาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในฐานะที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าลักชัวรี่ คือ เปลอเครอส (pleureuse) ขนนกกระจอกเทศสำหรับประดับบนหมวกของสุภาพสตรี พัด และ ร่มที่ทำจากผ้าไหม
ขณะที่ ห้างสรรพสินค้าโอเบอร์โพลลิงเกอร์ ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองมิวนิค บนถนนนอยเฮ้าเซอร์ (Neuhauser Straße) เป็นถนนชอปปิงที่ผู้คนเลือกมาบ่อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเยอรมนี นับเป็นห้างสรรพสินค้าที่หรูหราแห่งแรกของเมืองมิวนิค มีอายุ 111 ปี ขนาดพื้นที่ 40,000 ตร.ม. มีคนมาเยือน 30,000 คนต่อวัน
ห้างสรรพสินค้า อิลลุม ตั้งอยู่กลางกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก บนถนน สตรอยก์ (Stroget) เป็นแหล่งชอปปิงยาวที่สุดของยุโรป ห้างอิลลุม มีอายุ125 ปี มีพื้นที่ 20,000 ตร.ม. ยังคงรักษามนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ภายนอก ซึ่งกลมกลืนกับตึกประวัติศาสตร์ในบริเวณโดยรอบ ภายในตกแต่งอย่างทันสมัยงดงาม มีคนมาเยือน 6.5 ล้านคนต่อปี
ปีนี้ ห้างสรรพสินค้ากลุ่มเซ็นทรัล (ไม่รวมเวียดนาม) คาดสร้างยอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 1.2 แสนล้านบาท และเพิ่มเป็น 1.8 แสนล้านบาท ในปี 2563 ขณะนั้นจะมีสัดส่วนยอดขาย 40% ของยอดขายรวมกลุ่มเซ็นทรัล
เมื่อสิ้นสุดการปรับปรุงห้างสรรพสินค้าทุกแห่งมีความพร้อมสมบูรณ์จะทำให้อาณาจักรห้างสรรพสินค้าระดับลักชัวรีของกลุ่มเซ็นทรัล คว้ารางวัลระดับท็อปของโลกมากขึ้น






