วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TRC - ซื้อ

คาดกำไรปี 59 เติบโต 119%YoY หากแผนงานเป็นไปตามคาด

ประเด็นสำคัญในการลงทุน : 

ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานเฉพาะที่มีมาร์จินสูง : กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างวางระบบท่อก๊าซธรรมชาติ ก่อสร้าง และติดตั้งระบบวิศวกรรมให้กับธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งเป็นงานที่มีมาร์จินสูง นอกจากนี้ยังมีการขยายการลงทุนไปยังบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) (APOT) ในสัดส่วน 25.13% ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตแร่โปแตชที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อนำมาผลิตปุ๋ยการเกษตรคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2562 ในปัจจุบันบริษัทมีงานระหว่างก่อสร้างที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อีกราว 6.1 พันล้านบาทจากงานวางท่อก๊าซธรรมชาติ ก่อสร้างโรงงาน ก่อสร้างถนน และงานก่อสร้างเหมืองแร่โปแตชเบื้องต้นซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ใน 1-2 ปีนี้

แผนปี 2559 พร้อมประมูลงานเพิ่มอีก 1.3 หมื่นล้านบาท : บริษัทพร้อมเข้าร่วมประมูลงานขยายท่อก๊าซฯ โครงการ CO2 Remover และโครงการ Waste to Energy มูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ได้ร่วมมือกับพันธมิตรจีนในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองมูลค่างานราว 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งทาง TRC คาดว่าจะได้รับงานก่อสร้างบางส่วนจากพันธมิตรจีนซึ่งจะช่วยหนุน Backlog ของบริษัทในอนาคต ในด้านความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเหมืองโปแตชกับ APOT มูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท บริษัทคาดว่าจะลงนามในสัญญาว่าจ้างก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3

คาดปี 2559 รายงานกำไรสุทธิ 659 ล้านบาทเติบโต 119%YoY : ฝ่ายวิจัยคาดว่า TRC จะสามารถลงนามสัญญาก่อสร้างกับ APOT ได้ภายในไตรมาส 3 อีกทั้งสามารถประมูลงานใหม่ได้ราว 6 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้รวมกันราว 5.2 พันล้านบาทหนุนรายได้ปี 2559 สู่ระดับ 8.7 พันล้านบาทเติบโตกว่า 124%YoY และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวในระดับ 14-16% แม้ว่าในไตรมาส 1 บริษัทจะรายงานกำไรสุทธิเพียง 66 ล้านบาทซึ่งคิดเป็นเพียง 10% ของประมาณการ แต่เราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถลงนามสัญญาก่อสร้างกับ APOT ได้ภายในไตรมาส 3 นี้ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ให้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยเราคาดว่าปี 2559 TRC จะรายงานกำไรสุทธิราว 659 ล้านบาทเติบโต 119%YoY

แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 1.95 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี PEG Ratio เพื่อให้สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตในอนาคต โดยใช้อัตราการเติบโตที่ระดับ 15% และกำไรต่อหุ้นที่ 0.13 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสม 1.95 บาทต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงแนะนำ “ซื้อ”