วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้างต่อ โดยในวันนี้นักลงทุนบางส่วนอาจยังชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประชุมเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมุมมองในอนาคตของธนาคารกลางสหรัฐ ด้านทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ยังปรับลงต่ออีกเล็กน้อย และค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง

แนวรับ/แนวต้าน : 1418/1440 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

BANPU-W3 (11) : เราแนะนำให้ซื้อสะสม BANPU-W3 ประมาณ 8-9 บาท เนื่องจากภาพรวมของ BANPU ได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วและยังมีปัจจัยบวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปี 59 และการลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm การถือ warrant จึงทำให้นักลงทุนได้ประโยชน์จาก gearing หรือ leverage มากกว่าถือหุ้นแม่

PACE (3.7) : ภาพรวมผลการดำเนินงานคาดว่าจะพลิกจากขาดทุนมาเป็นบวกในช่วง 1-2 ปีนี้ จากการรับรู้รายได้ของโครงการมหานครและมหาสมุทร เราจึงแนะนำให้ซื้อสะสมในช่วงราคาหุ้นอ่อนตัว นอกจากนี้ในระยะยาวคาดว่าจะเห็นการขยายตัวในธุรกิจร้านกาแฟ Dean & Deluca มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

THAI (18.5) : คาดผลประกอบการ 2Q59 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์จากราคาน้ำมันในช่วงต้น 2Q59 ที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ THAI ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58

CK (35.5) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “ไทยแอร์เอเชีย” หวังอาศัยคอนเนคชั่นตระกูล “ศรีวัฒนประภา” เพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนเกิน 20% ดันรายได้โต 20% ด้าน “ธรรศพลฐ์” ยันนั่งบริหารต่อ 5 ปี “วิชัย” เตรียมยื่นเทนเดอร์ออฟเฟอร์ 23 มิ.ย.นี้ เล็งกู้ไทยพาณิชย์ 1.2 หมื่นล้าน รับซื้อหุ้น มั่นใจฮุบกิจการแอร์ไลน์หนุนต่อยอดธุรกิจดิวตี้ฟรีดันรายได้แตะแสนล้าน

+ นายกฯ สั่งคลังตั้งหน่วยงานพิเศษดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ หลัง ธปท.ปฏิเสธดูแลสหกรณ์ฯ ทั้งระบบมีหนี้หลายแสนล้าน รับภาระไม่ไหว : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวานนี้ ให้กระทรวงการคลังไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมากำกับดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้รายงานให้ทราบว่าไม่สามารถกำกับดูแลงานของสหกรณ์ได้ เพราะปัจจุบันหนี้ของสหกรณ์ทั่วประเทศรวมกันแล้วมีมากถึงหลักแสนล้านบาท หากเกิดอะไรขึ้น ธปท.ไม่สามารถรับได้

+ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการแก้หนี้นอกระบบเป็นแพ็กเกจเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเร็ว ๆ นี้ โดยมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จัดตั้งหน่วยหรือฝ่ายพิเศษขึ้นมา เพื่อดูแลเรื่องหนี้นอกระบบแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งจะมีการเก็บข้อมูลลูกหนี้และวัดผลสำเร็จของโครงการเพื่อประเมินผลในภาพรวม ซึ่งจะแตกต่างจากโครงการที่ผ่านมาที่เปิดให้มีการลงทะเบียนแล้วปล่อยกู้ สุดท้ายก็ไม่มีการวัดผล

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันอังคารเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ประชุมพิจารณาภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการลงประชามติของอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรป(Brexit) หรือไม่ บรรดาเทรดเดอร์คาดว่า เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันอังคารและพุธนี้ และจะรอฟังความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 57.66 จุดหรือ 0.33% สู่ 17,674.82 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 4.89 จุดหรือ 0.10% สู่ 4,843.55

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 9 สัปดาห์ในวันนี้ โดยยังคงได้รับผลกระทบจากความวิตกที่ว่า การลงประชามติในสัปดาห์หน้าอาจจะส่งผลให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) และทำให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 160.18 จุด หรือ 1.00% มาที่ 15,859.00 หลังจากร่วงลงมาที่ 15,762.09 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันอังคาร และดิ่งลงไปอีกในช่วงการซื้อขาย หลังปิดตลาด หลังจากมีรายงานระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างพลิกความคาดหมายในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลของนักลงทุน ก่อนที่อังกฤษจะจัดการทำประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. ในประเด็นเรื่องสมาชิกภาพของอังกฤษในสหภาพยุโรป(อียู) ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.ร่วงลง 39 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 48.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 47.84-48.69 ดอลลาร์