วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ขาย

สินเชื่อสุทธิเดือนพฤษภาลดลงตามคาด

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงมองว่า TISCO มีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาการหดตัวของ สินเชื่อต่ํากว่าเป้า ต่อเนื่องจากปี 2558 ซึ่งหดตัวถึง ถึง 9% โดยมีปัจจัย มาจากความเสี่ยงมาจากยอดขายรถยนต์ที่ย่ําแย่ รวมถึงรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ลดลง โดยเราคาดว่าปัจจัยหลักที่จะมาขับเคลื่อนผล กําไรในปี 2559 ได้แก่ 1) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีอยู่ 2) การลดลงของนโยบายการตั้งสํารองหนี้เสียในช่วงปี 2559 – 2560 ซึงจะมาช่วยลด ผลกระทบของการหดตัวของสินเชื่อและค่าธรรมเนียมซึ่งอยู่ในระดับต่ําได้ โดยในกลุ่มธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เรายังคงชอบ KKP เนื่องจากผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 7.3% ในปี 2559 เทียบกับ ผลตอบแทนจากเงินปันผลของ TISCO เพียงแค่ 5.7% โดยเราแนะนํา “ขาย” สําหรับ

 TISCO โดยแนะนําให้เปลี่ยนตัวเล่นไปยัง KKP 

ตัวเลขสินเชื่อสุทธิเดือนพฤษภาลดลง 0.5% MoM จากยอดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

TISCO รายงานตัวเลขสินเชื่อสุทธิเดือนพฤษภาคมที่ 223 พันล้านบาทลด 0.5% MoM และลด 4% YTD , ตัวเลขสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ลดลง 1.0% MoM และ 4.1% YTD ขณะที่ ตัวเลขสินเชื่อรายย่อย, SME และ นิติบุคคล เพิ่มขึ้น 0.6% MoM , 0.5% MoM และ 0.4% MoM ตามลําดับ โดยเราคาดว่าการหดตัวของสินเชื่อ ยังคงมีต่อไปจนถึงช่วงเดือนกรกฎาคม 2559 แต่คาดว่าจะหดตัวน้อยกว่าในช่วง 5 เดือนแรกของ โดยเรายังคงมองว่าสินเชื่อจะหดตัว 4% สําหรับปี 2559 โดยตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มลดลงเพิ่มหากสภาพเศรษฐกิจไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้ตามคาด

การลดสำรองฯ และการปรับเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยช่วยลดผลกระทบต่อกำไร YoY

TISCO มีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นจากการลดลงของ NPL เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทวางเป้านโยบายการตั้งสํารองอยู่ที่ 1.3%หรือ จำนวน 3.2 พันล้านบาท )จากบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพ สินทรัพย์และคาดว่าจะได้รับผลบวกจากเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงครึ่ง หลังของปี) ซึ่งตัวเลขการตั้งสํารองหนี้เสียดังกล่าวต่ํากว่าประมาณการของ เราที่ 1.7% หรือประมาณ 3.7 พันล้านบาท โดยหากบริษัทสามารถ ดําเนินการตามนโยบายดังกล่าวจะส่งผลดีต่อแนวโน้มผลกําไรสุทธิในช่วง ครึ่งหลังของปี 2559 นอกจากนี้เราคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวลงเล็กน้อยจากปีที่แล้ว โดยเราคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.5% ในปี 2559 จากระดับ 3.7% ในปี 2558 โดยหาก TISCO สามารถเพิ่มอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยมากกว่าประมาณการของเราจะช่วยชดเชยผลกระทบจากการหดตัวของสินเชื่อและเพิ่มอัพไซส์สำหรับกำไรสุทธิในปี 2559

e-payment ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อกำไรสุทธิในปี 2559

TISCO ได้รับอานิสงค์จากการที่เป็นธนาคารขนาดเล็กซึ่งมีสัดส่วนรายได้ที่มาจาก ATM และค่าธรรมเนียม เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับธนาคารขนาดกลาง-ใหญ่ โดยเราคาดว่าระบบ E-payment จะไม่ส่งผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อผลกำไรสุทธิในปี 2559 จากการที่ TISCO จากการที่มีสัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียม ATM และค่าธรรมเนียมธุรกรรมเพียง 1% หากรัฐบาลมีนโยบายบังคับใช้ระบบ E-payment โดยลดค่าธรรมเนียม ATM และค่าธรรมเนียมธุรกรรมลง 50% เราคาดว่าจะส่งผลกระทบเพียง 0.6% ต่อผลกำไรสุทธิในปี 2559