"อธิบดีกรมการค้าภายใน" ชี้ราคาผัดสดเริ่มลดลง หลังฝนตกต่อเนื่อง มั่นใจสามารถดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้ทรงตัวจนถึงสิ้นปี
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ราคาผักสดเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากสภาพอากาศมีฝนตกลงในพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น อย่างถั่วฝักยาวขณะนี้ราคาลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม จากก่อนหน้านี้เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์และไข่ไก่ยังทรงตัว และมีแนวโน้มลดลง ซึ่งลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนลงได้ ส่วนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ยังคงทรงตัว ทั้งน้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวด รวมถึงน้ำตาลทราย ยังมีปริมาณเพียงพอ ไม่มีการปรับราคา และยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอเสนอปรับราคาเข้ามา จึงมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถตรึงราคาสินค้าไว้ในระดับเดิมจนถึงสิ้นปี
นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชน กลุ่มผู้มีรายได้น้อย สัปดาห์หน้าจะหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งสภาแรงงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อสรุปรายละเอียดและดำเนินการนำร้านหนูณิชย์ไปจำหน่ายข้าวแกงราคาถูกไม่เกิน จานหรือใส่ถุงละ 20-35 บาท บริเวณโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ และภายในสถานีบริการปั๊มน้ำมัน ปตท.ทั่วประเทศ และยังคงมั่นใจว่าร้านข้าวแกงต่าง ๆ รวมทั้งโครงการหนูณิชย์จะไม่ได้รับผลกระทบจากการที่ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่มีโปรโมชั่นส่งปิ่นโตข้าว เพราะส่วนใหญ่ยังคงต้องการบริโภคข้าวแกงที่มีความสดใหม่และหลากหลายราคาไม่แพง ขณะที่การส่งปิ่นโตดังกล่าวน่าจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้สูง และทำงานในเมืองมากกว่า และกระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าจัดทำร้านหนูณิชย์เพิ่มขึ้นจากขณะนี้มีร้านหนูณิชย์มากกว่า 11,000 ร้านทั่วประเทศแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากปัญหาภัยแล้งปีนี้มีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนให้มีน้อยลง แต่เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยราคาเงาะหน้าสวน กิโลกรัมละ 35 บาท ขายปลีกกิโลกรัมละ 39 บาท และมังคุด เกรดส่งออกกิโลกรัมละ 115 บาท ขายปลีกในประเทศกิโลกรัมละ 55 บาท ซึ่งผลไม้ไทยได้รับความสนใจจากต่างชาติและส่งออกได้ดี ยืนยันว่ายังมีผลไม้เพียงพอต่อการบริโภคของคนไทยและเป็นผลไม้ที่มีคุณภาพดี และเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ แม้ว่าจะเป็นช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก จึงเชื่อมโยงผลผลิตไปยังห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ห้างเทสโก้โลตัสที่มีสาขามากกว่า 180 สาขาจะรับซื้อผลไม้กว่า 8.5 ล้านกิโลกรัม จากกลุ่มสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ โดยตรง เพื่อนำไปกระจายขายผลไม้ชนิดต่าง ๆ ไปยังสาขาของห้างโลตัสต่อไป และเร็ว ๆ นี้ทางโลตัสจะลงนามเอ็มโอยูเข้าร่วมโครงการหนูณิชย์ที่จะลดราคาวัตถุดิบให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการร้านหนูณิชย์ราคาพิเศษอีกด้วย








