วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง อสังหาฯระบายสต็อก

รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) เตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 6 ส.ค. เป็นตัวแปรสำคัญที่กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัยในแนวเส้นทางให้ก

เนื่องจากมีระยะทางยาว ผ่านแหล่งชุมชน สถานที่ราชการ ทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคอนโดตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2550 จนก่อให้เกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ปัจจุบันมีคอนโดเปิดขาย 2.84 หมื่นยูนิต ที่คาดว่าการเปิดบริการรถไฟฟ้าจะช่วยดูดซับซัพพลายสะสมออกไปได้มากขึ้น

สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีคอนโดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1.29 หมื่นยูนิต ขายได้แล้ว 65% เหลือระหว่างการขาย 4,516 ยูนิต ซึ่งประมาณ 53% มีกำหนดแล้วเสร็จปี 2560 และพื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เป็นทำเลที่มีคอนโดเปิดขายมากที่สุด 5,829 ยูนิต เหลือขาย 45% รองลงมาคือแนวถนนรัตนาธิเบศร์ 5,370 ยูนิต เหลือขาย 42% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนตลาดบ้านจัดสรร 64% และคอนโด 79%

ราคาขายเฉลี่ยคอนโดประมาณ 6.7 หมื่นบาทต่อตร.ม.แต่เป็นพื้นที่ที่ราคาขายแตกต่างกันค่อนข้างมาก ตั้งแต่ 3.5 หมื่นบาทต่อตร.ม.ไปถึงกว่า 1.4 แสนบาท และราคาขายปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการที่สร้างใกล้แล้วเสร็จหรือว่าสร้างเสร็จแล้ว บางแห่งมากกว่า 30% ในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา

สถานีที่ราคาขายเฉลี่ยคอนโดปรับเพิ่มมาก ได้แก่ สถานีแยกติวานนท์ เริ่มต้น 5.07 หมื่นบาทต่อตร.ม. ในปี 2554 ภายใน 3 ปี เพิ่มเป็น 7.5 หมื่นบาท สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี จาก ปี2554 ประมาณ 3.6 หมื่นบาทเป็น 7 หมื่นบาทในปี 2556

ขณะที่อัตราการขายไม่สูงนัก อาจจะเป็นเพราะว่ามีโครงการเปิดขายในพื้นที่มากเกินไปในช่วงเวลา 3-4 ปี แต่มีบางโครงการที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อค่อนข้างมากโดยเฉพาะโครงการที่มีราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาท เนื่องจากบางทำเลตลอดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีบ้านจัดสรรที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทหลายโครงการ

“คอนโดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงที่ผ่านมา อาจจะดูไม่คึกคักเท่าที่ควรเนื่องจากมีโครงการเปิดขายใหม่มาก แต่เชื่อว่าตลาดที่อยู่อาศัยบริเวณนี้ขยายตัวมากขึ้นแน่นอนในอนาคต เพราะไม่เพียงแต่รถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีถนนใหม่ๆ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอาาคต”

ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีซัพพลายคงเหลือจำนวนมาก ทำให้การขายปีที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกำลังซื้อได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ราคาที่ดินก็ปรับเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาขายคอนโดใหม่สูงกว่าเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่การเปิดเดินรถเดือนส.ค.นี้ จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อให้เพิ่มขึ้น 30-40% โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโด

ในส่วนของบริษัทได้ตัดสินใจเลื่อนเปิดตัวคอนโดอกไปก่อน เพราะมองว่าซัพพลายมีจำนวนมาก และต้องการรอดูสถานการณ์หลังการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าก่อนว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร อีกทั้งยังมีคอนโดที่อยู่ระหว่างขายถึง 4 โครงการ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท มียอดขายเฉลี่ย 50% ถือว่าค่อนข้างช้า

  วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม 1 และกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนเปิดโครงการเพิ่มเติมจากปัจจุบันมี 9 โครงการ ซึ่งจะเร่งระบายสต็อกทั้งหมดให้ได้ก่อน

“ยอดขายคอนโดฯแนวสายสีม่วงค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะช่วงปลายปี 2558 แต่คาดว่าจะเริ่มคึกคักขึ้น หลังรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ ซึ่งทำให้ยอดขายเติบโต 50-60%”

อย่างไรก็ตาม ความไม่ชัดเจนเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน-บางซื่อ อาจมีผลกระทบต่อความรู้สึกของลูกค้า แต่โดยรวมเชื่อว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงก็ยังสร้างความต้องการในตลาด เนื่องจากลูกค้าโครงการทำเลดังกล่าวเป็นคนในย่านนั้นอยู่แล้ว ซึ่งมีพฤติกรรมเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก และใช้บริการขนส่งสาธารณะ เป็นเพียงปัจจัยเสริม

โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีโครงการเหลือขายและอยู่ระหว่างขายแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 1 โครงการ คือ ลุมพินี วิลล์ นครอินทร์ จำนวน 1,548 ยูนิตรวมร้านค้า มูลค่า 1,200 ล้านบาท มียอดขาย 50 % นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินในพื้นที่ไทรม้าอีก 1 แปลง ที่มีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโด เปิดขายหลังรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ

กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทไม่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มในทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพราะต้องการรอให้ซัพพลายที่มีเหลืออยู่จำนวนมากถูกดูบซับไปก่อน โดยมีเปิดขายอยู่ 1 โครงการ คือ “คอนโดมิเนียม เอส เก้า” มียอดขาย 50% ส่วนความไม่ชัดเจนเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างสถานีเตาปูน-บางซื่อ น่าทำให้การซื้อขายได้รับผลกระทบบ้าง

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อสังหาฯกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก และนนทบุรี ยังมีศักยภาพเติบโตที่ดี ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่ปลอดโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีไลฟ์สไตล์มารองรับ เช่น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต และรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ทั้งนี้เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา บริษัททยอยเปิดโครงการแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแนวคิดใหม่ และทาวน์โฮม โซนตะวันตก-นนทบุรี ใกล้แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1,700 ล้านบาท ซึ่งได้การตอบรับที่ดี เช่น ไลโอ บลิสซ์ กาญจนาภิเษก-ชัยพฤกษ์ ปิดยอดขาย 100% ในเฟสแรก