วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะซื้อ CK

สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกไม่สดใสนักเนื่องจากนักลงทุนจะลงทุนด้วยความระมัดระวัง

และจะลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงแล้วเปลี่ยนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ ตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ ตลอดจนทองคำ แทน รวมทั้งนำเงินไปลงทุนในสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำอันได้แก่ เงินเยน หรือเงินสวิสฟรังก์ ก่อนการลงประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. ของสหราชอาณาจักรว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งผลสำรวจระยะหลังมีแนวโน้มว่าชาวอังกฤษจะลงมติให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเป็นจริงจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและของโลก รวมทั้งระบบการเงินระหว่างประเทศ จึงทำให้นักลงทุนมีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น และเมื่อผนวกกับการที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงซึ่งกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้ตลาดหุ้นเดินหน้าได้ยาก 

นอกจากนั้น ในสัปดาห์นี้มีการประชุมของธนาคารกลางใหญ่ของโลก 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางของอังกฤษ (BOE) โดยนักวิเคราะห์ทั่วไปคาดว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นสาระสำคัญในการประชุมของทั้งสามธนาคารกลางในครั้งนี้ โดยต่างจะรอดูผลการลงประชามติของสหราชอาณาจักรก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แม้ว่า BOJ อาจจะสร้างความประหลาดใจด้วยการออกมาตรการกระตุ้นด้านการเงินเพิ่มเติมออกมาก็ได้ รวมทั้งมีความเป็นไปได้สูงว่านายกรัฐมนตรี Shinzo Abe จะออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลังหลังการประชุม BOJ

ดังนั้น สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ และลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยคาดกรอบดัชนี 1,421-1,443 จุดแต่อาจมี Surprise ได้ เนื่องจาก วันที่ 14 มิ.ย. นี้ MSCI จะมีการพิจารณาว่าจะรวมหุ้นจีน A-Share เข้าในการคำนวณดัชนี MSCI EM ด้วยหรือไม่ ถ้ามีการรวมเข้า ตลาดหุ้นจีนจะเป็นบวก และอาจส่งผลต่อ Sentiment ของตลาดในเอเชียให้ดีขึ้นได้ด้วย

สำหรับมุมมองด้านเศรษฐกิจ บล.เอเชีย เวลท์ คาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจจะค่อยๆ ดีขึ้น และตัวเลขการส่งออกจะค่อยๆ ส่งสัญญาณดีขึ้น ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน ยังเน้นหุ้นปัจจัยพื้นฐาน แต่ในสภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนเช่นนี้ จะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มีปันผลสูงไว้ก่อน

สำหรับ Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ แนะนำซื้อหุ้น CK ของ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และกำไรทางอ้อมจากบริษัทลูกที่ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคได้แก่ BEMที่ทำธุรกิจขนส่งมวลชน CKPประกอบธุรกิจไฟฟ้าพลังน้ำ TTWดำเนินธุรกิจน้ำประปาในภูมิภาค โดยปีนี้ คาดว่า CK จะมีโครงการรับเหมาก่อสร้างที่มีอยู่ในมือเพิ่มขึ้นจาก 7.8 หมื่นล้าน ในช่วงไตรมาส 1 เป็น 1 แสนล้านบาทเมื่อสิ้นไตรมาสที่ 2 และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการเข้าประมูลโครงการภาครัฐมูลค่า 1.7 ล้านล้านบาท ที่จะมีเข้ามาตลอดในช่วงปี 2559-2563 ทำให้เราคาดว่า โครงการที่ CK มีในมือจะเพิ่มขึ้นไปมีมูลค่าเป็น 1.5-2.0 แสนล้านบาทใน ปี 2059-2060

บล.เอเชีย เวลท์ คาดว่า กำไรปกติปีนี้จะเติบโตขึ้น 1,044% อยู่ที่ 2,000 ล้านบาทและการเติบโตจะชะลอลงไปเป็น 3-4% ในปี 2560 ด้านราคาเป้าหมายอยู่ที่ 32.50 บาท ด้าน Technical นั้น CK มีความแข็งแกร่งในระยะสั้น และระยะกลาง ด้วยสัญญาซื้อทั้งรายวัน และรายสัปดาห์ รอให้ปิด 29 บาท ในสิ้นเดือนนี้ จะเกิดเป็นสัญญาณซื้อรายเดือน ซึ่งจะยืนยันความแข็งแกร่งของการปรับตัวขึ้นของหุ้น CK