วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บีกริม'เดินหน้าโรงไฟฟ้าเอสพีพีต่อ หลังกพช.ต่ออายุ

"บีกริม" เดินหน้าโรงไฟฟ้าเอสพีพีต่อ หลัง กพช.มีมติต่ออายุด้วยการรับซื้อไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ พร้อมนำ "บีกริมเพาเวอร์" เข้าตลาดหุ้นปลายปีนี้

นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม กล่าวว่า โรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายเล็ก หรือ เอสพีพี มีส่วนสำคัญส่งเสริมการลงทุนของประเทศในนิคมอุตสาหกรรม ช่วยสร้างความมั่นใจการลงทุน ดังนั้นมติ กพช. เรื่องต่ออายุรับซื้อไฟฟ้าเอสพีพีโดยลดการรับซื้อจาก 90MW เหลือ 30MW หรือไม่เกินร้อยละ30ของกำลังผลิตสุทธิ นับเป็นเรื่องที่ดีทำให้ผู้ประกอบการคุ้มทุนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าเอสพีพีใหม่ทดแทนโรงเดิม โดยบริษัทจะลงทุนอีก24,000ล้านบาททดแทน 3โรงเดิม ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร 2 โรง และ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง 1 โรง ซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2563-2564ในขณะเดียวกันยังใช้เงินลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศโดยเป้าหมายต้องการมีกำลังผลิต5,000เมกะวัตต์จากปัจจุบันมีกำลังผลิตตามสัญญาทั้งในไทยและ สปป.ลาว1,627 เมกะวัตต์ (28โรงไฟฟ้า) และจะเพิ่มตามสัญญาเป็น2,414 เมกะวัตต์ (42โรงไฟฟ้า) ในปี2562 พร้อมเตรียมจะนำบริษัทบีกริมเพาเวอร์เข้าระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ในปลายปี2559

“เงินลงทุนต้องใช้วงเงินสูงมากเช่น เอสพีพีที่ระยอง3โรงอีก18,000ล้านบาทสร้างเอาพีพีทดแทน3โรงไฟฟ้าเดิมอีก24,000ล้านบาทซึ่งหากรัฐบาลต้องการจูงใจนักลงทุนเข้ามาลงทุนรอบใหม่ก็น่าจะเปิดรับซื้อเอสพีพีรอบใหม่เพราะทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าไฟฟ้าไม่ตกไม่ดับ “นายฮาราลด์ กล่าว

สำหรับปี 2559 บริษัทบีกริมตั้งเป้ารายได้ไว้ประมาณ 42,000 ล้านบาท หรือ เติบโตประมาณ ร้อยละ 21 จากปีที่ผ่านมาซึ่งมีรายได้กว่า 35,000 ล้านบาท จาก 6 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจพลังงาน / ธุรกิจจัดการและโรงงานอุตสาหกรรม /ธุรกิจด้านสุขภาพ /ธุรกิจด้านคมนาคม / ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ ธุรกิจไลฟ์สไตล โดยธุรกิจพลังงานยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตดีที่สุดของบริษัท ซึ่งปีนี้จะมีโรงไฟฟ้าที่กำลังจะจ่ายไฟฟ้าสู่เชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 3 โรง นอกจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม โคเจนเนอเรชั่นที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง จำนวน 12 โรง มีกำลังการผลิต 1,170 เมกกัวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 16 โรง กำลังการผลิตรวม 114 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมกังหันก๊าซ 3 โรงซึ่งจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่เชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563

ส่วน ร่าง พ.ร.บ. ภาษีที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผ่าน ครม. แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มแต่อัตราภาษีใหม่ได้สูงมาก และ พร้อมเสียภาษี เพราะเป็นอัตราทีต่ำโดยบริษัทบี.กริม มีที่ดินประมาณ 2,000 ไร่ อยู่ใน พัทยา ราว1,500 ไร่ ประกอบธุรกิจกีฬา และ เกษตรกรรม ส่วนจะมีการปรับขึ้นค่าเช่าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ