สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (2-8 มิ.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น DJIA +1.2%, DAX +0.1% และ FTSE +1.8% ขณะที่ CAC ฝรั่งเศส -0.6% เมื่อประธานเฟดยืนยันว่าพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรในเดือน พ.ค.ต่ำกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เชื่อว่าเฟดจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. นอกจากนี้แรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่รอบ 8 เดือน และทะลุแนว US$50/barrel ได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (2-8 มิ.ย. 2559)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.5% ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดในวันที่ 9-10 มิ.ย. อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นเป็นไปอย่างจำกัดจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงลบอย่างยอดส่งออกเดือน พ.ค.ที่หดตัว 4.1% yoy เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.8% yoy อีกทั้งแรงขายทำกำไรกลุ่มหลักทรัพย์ที่ขยับขึ้นเด่นในช่วงก่อนหน้า
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (2-9 มิ.ย. 2559)
SET INDEX ปรับตัวขึ้นทดสอบแนว 1,450 จุด กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย อีกทั้งราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่ปรับตัวขึ้นทะลแนว US$50/barrel กลุ่มพลังงานขยับขึ้นเด่น อย่างไรก็ตามแรงขายทำกำไรที่มีมากขึ้น ทำให้ยังไม่สามารถผ่านแนวดังกล่าวไปได้ ทำให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,435.65 จุด เพิ่มขึ้น 19.89 จุด หรือ +1.40% ณ วันที่ 9 มิ.ย.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (10-16 มิ.ย. 2559)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 7 พร้อมให้น้ำหนักกับ SET INDEX ลักษณะของการแกว่ง Sideways ระหว่าง 1,425-1,450/55 จุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับเหนือ 1,450 จุดขึ้นไป Valuation ของตลาดหุ้นไทยอยู่ในโซนที่แพง บวกกับ สัญญาณทางเทคนิกที่ตึงตัว การเก็งกำไรบนโมเมนตัม และกระแสเงินทุนต่างชาติ อาจมีข้อจำกัด อีกทั้งเราเชื่อว่า ณ ระดับดังกล่าว พอร์ตโบรกเกอร์มีโอกาสที่จะทยอยขายทำกำไรเช่นกัน
ประเด็นสำคัญในสัปดาห์หน้า เราให้น้ำหนักกับ
- การประชุมเฟดวันที่ 14-15 มิ.ย. แน่นอนว่า การประชุมนัดนี้ ตลาดและเราคาดว่าเฟดจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และ การจ้างงานภาคเอกชน ออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยยะสำคัญ
- การแถลงผลการประชุมเฟด โดยประธานเฟด Janet Yellen หลังเสร็จสิ้นการประชุมวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดจะตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีนี้ในการประชุมนัดถัดไป ตามที่เราประเมินไว้หรือไม่ เพราะจะมีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยง และ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ
- การประชุม ครม. วันอังคารที่ 14 มิ.ย. เพราะยังขาดการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่ อีก 6 เส้นทาง รฟท.เตรียมนำเสนอต่อครม.เพื่อพิจารณาภายในเดือนมิ.ย.นี้
ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประชุม BoJ วันที่ 16 มิ.ย. ตลาดประเมินคงนโยบายการเงินเช่นเดิม
2. ติดตามการประชุม BoE วันที่ 16 มิ.ย. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50%
3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ผลผลิตภาคอุตฯ ของจีน/อัตราเงินเฟ้อ อียู/ภาวะการจ้างงาน อังกฤษ/ยอดค้าปลีก – อัตราเงินเฟ้อ ของสหรัฐ
ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ ให้นักลงทุนเน้นทยอยขายทำกำไรหุ้นหลัก และกลับมาถือเงินสดมากขึ้นอีกครั้ง หากจะเป็นการเก็งกำไรขอให้จำกัดวงเงิน และเน้นรายตัวที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่า ภาพรวมของกลุ่มอุตฯ








