วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้น

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  ปรับขึ้น

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติยังมีทิศทางไหลเข้าในตลาดหุ้นไทย โดยวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิต่ออีก 1,319 ล้านบาทในตลาดหุ้นไทย และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆมีทิศทางปรับขึ้นเช่นกัน จากแนวโน้มการชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ

แนวรับ/แนวต้าน : 1435/1460 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

PTT (373) : ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาที่ระดับ 52 เหรียญ/บาร์เรล และปริมาณน้ำมันดิบคลังของสหรัฐอเมริกายังคงลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ทั้งหมดจะส่งผลดีกับผลประกอบในช่วง 2Q59 ทั้งจากกำไรของบริษัทฯลูกและ inventory gain

ERW (6.2) : ผลประกอบการ 2Q59 มีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี ERW เป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม

CK (35.5) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% และยังมีลุ้นเข้าเทรดในกลุ่ม SET50 กลางปีนี้ อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ร.ฟ.ท.เร่งสปีดทางคู่ 2 เส้นทาง ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น คาดแล้วเสร็จปี 61-62 มั่นใจพร้อมเปิดประมูลทางคู่อีก 5 เส้นทางทันภายในปี 59

+ รัฐบาลกระตุ้นการลงทุน ชู "สมคิดแฟคเตอร์" เร่งทั้งภาครัฐและเอกชน กล่อมเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วช่วงดอกเบี้ยต่ำเป็นจังหวะในการลงทุน ด้านเอกชนพร้อมร่วมวงพีพีพีโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ไอเอ็มเอฟมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไปปีนี้โต 3% ต่ำกว่าประเทศในอาเซียน

+ พาณิชย์นำทีมบุกแอฟริกา เจรจาขายข้าวให้โมซัมบิก-เคนยา หลังมีการติดต่อสนใจซื้อมากขึ้น ด้านเอกชนห่วง การขายแบบสินเชื่อ หวั่นตามหนี้ยาก ซ้ำรอยเงินสูญแบบขายเกาหลีเหนือ

+ รมว.พลังงานสั่งกรมเชื้อเพลิงฯ เตรียมพร้อมเปิดประมูลปิโตรเลียมรอบใหม่และแหล่งสัมปทานเดิม ขีดเส้นทำแผนให้เสร็จภายใน 1 ปี คาดเปิดประมูลได้ภายในปี 60

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเหนือระดับ 18,000 ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. ขณะที่การลดลงของดอลลาร์ช่วยหนุนหุ้นที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นของบริษัทข้ามชาติ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 66.77 จุดหรือ 0.37% สู่ 18,005.05 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 12.89 จุดหรือ 0.26% สู่ 4,974.64

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นท่ามกลางภาวะซื้อขายผันผวน หลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก ขณะที่ข้อมูลการค้าที่ดีพอสมควรของจีนได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเยนที่แข็งค่า ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดพุ่งขึ้น 155.47 จุด หรือ 0.93% มาที่ 16,830.92 หลังจากปรับตัวขึ้นลงระหว่างแดนบวกและลบ

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดของปี 2016 ที่ระดับสูงกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ และปิดตลาดในแดนบวกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องเหตุวินาศกรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันในไนจีเรีย อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันอาจจะได้รับแรงกดดันในอนาคตจากตัวเลขสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้นถึงแม้อยู่ในฤดูร้อน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.พุ่งขึ้น 87 เซนต์ หรือ 1.7 % มาปิดตลาดที่ 51.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 50.32-51.62 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันพุธถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2015