คาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของแบรนด์สัญชาติไทย“เกรย์ฮาวด์”บนถนนสายแฟชั่นกว่า 36ปีและอีก18 ปีกับกิจการร้านอาหาร ที่มี“สไตล์”เป็นจุดขายที่แตกต่าง!!
เสมือนป้อมปราการที่แข็งแกร่งท่ามกลางแรงกระแทกจากบรรดาคู่แข่งทั้งแบรนด์ไทยและข้ามชาติจำนวนมากที่ดาหน้าเปิดตลาดอย่างต่อเนื่อง!!
“ธุรกิจแฟชั่นยุคนี้เปลี่ยนไปมาก มีหลายช่องทางในการเข้าถึง ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องพลิกเกมตลอดเวลา แต่ละแบรนด์ต้องมองหาทางออกหลายๆ ทาง สูตรสำเร็จวันนี้ไม่มี แต่จะจับแพะชนแกะให้ออกมาโดนใจได้อย่างไร”
ภาณุ อิงคะวัต กรรมการ บริษัท กลุ่มเกรย์ฮาวด์ จำกัด เจ้าของแบรนด์เกรย์ฮาวด์ (Greyhound) สะท้อนสถานการณ์ธุรกิจแฟชั่น พร้อมมองแนวทางการอยู่รอดของธุรกิจ ผู้ประกอบการจะต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมหรือทัศนคติของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลานั้นๆ ประการสำคัญ ต้องนำพาสินค้าหรือบริการเข้าไปอยู่ในทุกโมเม้นต์ของชีวิตให้ได้
การศึกษาพฤติกรรมลูกค้าวันนี้ ยังไม่สามารถดูแบบ Total look ได้อีกต่อไป ต้องเจาะลงลึกตั้งแต่ซื้ออะไร ซื้ออย่างไร ซื้อเมื่อไหร่...
“พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันนิยมใช้ชีวิตแบบไม่แบ่งแยก ผสมผสานรวมกันไปหมด เป็นเรื่องยากที่จะทำสิ่งเดียวให้กับทุกคน”
นับเป็นโจทย์ธุรกิจและเป็นที่มาของแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ "#LIVE LIKE HOUND" by Greyhound คอนเซปต์ธุรกิจใหม่ล่าสุด บนชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ด้วยแนวคิด “Apartment” เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสการใช้ชีวิตสไตล์เกรย์ฮาวด์ชนิดที่ว่า “ถึงในบ้าน” จากรูปแบบร้านที่ออกแบบเป็น Apartment หลังหนึ่งประกอบด้วยห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น มุมพักผ่อน ห้องนอน ห้องครัว รวมถึงห้องน้ำ สินค้าจะถูกวางไว้ในมุมต่างๆ ภายในบ้านเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตจริง
โดยเสื้อผ้า และเครื่องประดับ ถูกจัดอยู่ในตู้เสื้อผ้า เสมือน Walk in Closet , สินค้าครีเอทีฟ ลิฟวิ่ง เช่น จานชาม เครื่องเซรามิค อยู่ในโซนรับประทานอาหารและครัว โซนห้องนั่งเล่น จะประกอบไปด้วยหนังสือ แผ่นเสียง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนพื้นที่ 150 ตร.ม. หรือแบ่งสัดส่วนเป็น สินค้าแฟชั่นประเภทเสื้อผ้า เครื่องประดับ 60% สินค้าครีเอทีฟ ลีฟวิ่ง 40% ซึ่งเป็นสินค้าในคอลเลคชั่นทั้งของเกรย์ฮาวด์, เพลย์ฮาวด์ (Playhound) สไมล์ลี่ฮาวด์ (Smileyhound) และ เอเวอรีธิงฮาวด์ (Everythinghound) รวมถึงสินค้าพิเศษ เช่น คอลเลคชั่นเสื้อยืด Greyhound Tee ที่เป็นเสื้อยืดสวมใส่ง่ายแต่มีไอเดียซ่อนอยู่ หรือ คอลเลคชั่น Vintage Remixed ที่เอาเสื้อผ้าสะสมของนักเล่นสะสมของสไตล์วินเทจมาตัดต่อใหม่ ผสมผสานกันด้วยงานมือให้กลายเป็นเสื้อแฟชั่นของคนวันนี้
นอกเหนือจากสินค้าภายใต้กลุ่มแบรนด์เกรย์ฮาวด์ "#LIVE LIKE HOUND" ยังคัดเลือกงานดีไซน์ที่จากฝีมือดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่กว่า 40 แบรนด์ มาร่วมใช้ชีวิตา อาทิ กระเป๋าหนัง Isawan, กระเป๋าปักชื่อ Nametag, จิลเวลรี่ดีไซน์แปลกตา Carletta และ Arquetype, รองเท้า London Brown, หมวกรีไซเคิลจากเศษผ้าเก่า Mad Matter, เครื่องเซรามิคที่มีกลิ่นอายแบบไทยจาก Cone No. 9 ฯลฯ เป็นเวทีสำคัญที่ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่รักงานดีไซน์ในราคาจับต้องได้!!
ใน Apartment หลังนี้ ยังมีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแนว Installations ซึ่งมีศิลปินที่น่าจับตามองจากทั้งไทยและต่างประเทศหมุนเวียนมาสร้างสรรค์ผลงาน. กิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับหรับลูกค้าและผู้สนใจจากกูรูด้านต่างๆ เป็นเสมือน Creative Living Space ในการมองหาไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมๆ กัน
ภาณุ กล่าวต่อว่าภาพรวมตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัวส่งผลกระทบกับหลายธุรกิจ ตรงข้ามกับ “กลุ่มเกรย์ฮาวด์” มีการเติบโตที่ดีจากธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะการไม่หยุดอยู่กับที่ ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเกรย์ฮาวด์ในหลายๆ รูปแบบ
“การอยู่กับที่ทำให้เราเป็นแบรนด์เก่าแก่ แบรนด์มีชีวิตต้องไม่หยุดอยู่กับที่”
ปีนี้ เกรย์ฮาวด์เตรียมแผนพัฒนาคอนเซปต์ร้านรูปแบบใหม่นี้เพิ่มอีก 2 สาขา ที่ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ซึ่งเป็นการปรับปรุงร้านเดิม อีกสาขาที่มีความเป็นไปได้ คือ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เพราะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีศักยภาพทางการเติบโตที่ดีตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีแผนนำคอนเซปต์ดังกล่าวเปิดบริการที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ช่วงต้นปี 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรธุรกิจ
แบรนด์เกรย์ฮาวด์มีแผนขยายสาขาไปยังหัวเมืองใหญ่มากขึ้น โดยล่าสุดได้เปิดสาขานอกกรุงเทพฯ แห่งแรกที่โครงการซีนสเปซ หัวหิน แหล่งท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างชาติ มีการตอบรับที่ดี เตรียมขยายสาขา “ภูเก็ต” ภายในปีนี้
แม้แบรนด์เกรย์ฮาวด์จะถูกบ่มเพาะมาอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังจำเป็นต้องตอกย้ำการรับรู้ต่อแบรนด์โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดใหม่ในยุคนี้และอนาคต พร้อมกันนี้จะมีการสร้างความสดใหม่ของคอลเลคชั่นทุก 6 เดือน
ปัจจุบัน เกรย์ฮาวด์ ขยายตลาดต่างประเทศโดยเปิด “มัลติแบรนด์สโตร์” ในเมืองหลัก อาทิ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ โตเกียว เวียดนาม มอสโก
ก้าวใหญ่ของเกรย์ฮาวด์ภายใต้บริษัทแม่ “มัดแมน” วางยุทธศาสตร์การเติบโตในระดับโลก ที่จะเริ่มฉายภาพความชัดเจนในปี 2560 ซึ่งวางเป้าหมายปักธงตลาดใหญ่ “ลอนดอน” รุกขยายฐานธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์โปรดักส์แบบเต็มสูบ!!
“ลอนดอน จะเป็นวินโดว์ดิสเพลย์ หรือ โชว์เคส ของธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์ของเกรย์ฮาวด์ เพื่อต่อยอดขยายตลาดในยุโรป”
ภาณุ ทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า "ลอนดอน เป็นเมืองเทรนด์เซตเตอร์ หากทำได้สำเร็จจะเป็น "หน้าต่างบานใหญ่" และ โอกาสครั้งใหญ่ของเกรย์ฮาวด์ กรุ๊ป
บิ๊กสเต็ป...ผงาดเวทีโลก
หากย้อนกลับไปวันที่เกรย์ฮาวด์แจ้งเกิด ตลาดโล่งมาก!! ยังไม่มีแบรนด์อะไรที่น่าสนใจ เทียบการเข้าตลาดวันนี้...ไม่ง่าย!! แต่สิ่งที่คงอยู่ของเกรย์ฮาวด์ คือ แนวคิดหลักที่ยึดถือมาตลอดการเดินทาง คือ “ขายสไตล์ ไม่ใช่แฟชั่น” โดยมี “ดีไซน์” เป็นเอกลักษณ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง!!
จากจุดเริ่มต้นของร้านขายเสื้อผ้าร้านแรกที่ “สยามเซ็นเตอร์” เมื่อ 36 ปีที่แล้ว ต่อยอดขยายฐานสู่ความเป็น “ครีเอทีฟ ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” ที่มีจุดยืนของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “Basic with a twist” ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเกรย์ฮาวด์ คาเฟ่ และ อนาเธอร์ฮาวด์ คาเฟ่ ที่เสิร์ฟอาหารด้วยไอเดียช่างคิดในทุกเมนูให้แก่ลูกค้า รวมไปถึงการแตกไลน์เสื้อผ้าสู่แบรนด์ใหม่ๆ เพลย์ฮาวด์, สไมล์ลี่ฮาวด์ และเอเวอรีธิงฮาวด์ ที่นำเสนอสินค้าครีเอทีฟ ไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ทำให้เกรย์ฮาวด์มีความชัดเจนด้านไลฟ์สไตล์ในแบบของตนเอง
“เราเปิดมาแรกๆ ไม่ต่างจากเด็กสมัยนี้ เริ่มจากอยากทำเป็นงานอดิเรก ค่อยๆ เติบโตขึ้น”
3 ทศวรรษบนเส้นทางธุรกิจ ของ ภาณุ บอกว่า ไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจมากมาย แต่ สนุก อยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ!! อยากเห็นคนใส่เสื้อผ้า กินอาหารของเรา ไปไหนเห็นคนถือถุงเกรย์ฮาวด์
ปัจจุบัน เกรย์ฮาวด์ กรุ๊ป ขยายตลาดไปยังหลายเมืองหลักที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำแห่งไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในเอเชีย อาทิ เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ผ่านธุรกิจเสื้อผ้าและร้านอาหาร เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็น “ไทยไลฟ์สไตล์แบรนด์” ที่แตกต่างในเวทีโลก
เส้นทางสู่ทศวรรษที่ 4 ของเกรย์ฮาวด์ กรุ๊ป กับ บิ๊กโปรเจคใหม่จะที่จะเริ่มฉายภาพในปี 2560 เป็น บิ๊กสเต็ป!! ที่ต้องติดตามกันต่อไป








