วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET สั้นๆดีแต่ระยะกลางยังผันผวน

แม้ว่าระยะสั้นจะมี Flow กลับเข้ามาลงทุนในหุ้น Market Cap ใหญ่ในกลุ่มหลัก แต่ยังมีสิทธิผันผวนได้อีก

และควรระวังแรงขาย Sell on fact หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค.ออกมาต่ำกว่าคาดทำให้โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มิ.ย.น้อยลงมาก กอรปกับตลาดหุ้นยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอน ซึ่งหลักๆ ได้แก่ 1. การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์จะแข็งขึ้นและเม็ดเงินอาจไหลเข้าสู่ตลาดเงินมากขึ้น, 2. ความแตกต่างของนโยบายการเงินสหรัฐและประเทศอื่นๆ (สหรัฐเริ่มกลับมาใช้นโยบายเข้มงวด ขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังใช้นโยบายผ่อนคลาย) ทำให้ Fund Flow ผันผวน 3. อังกฤษจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งหากผลการทำประชามติวันที่ 23 มิ.ย. 2559 ออกมาเป็นถอนตัวก็จะส่งผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกได้ 4. เศรษฐกิจยูโรโซนและญี่ปุ่นยังคงซบเซามาก อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ/ติดลบ คาดว่าต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกนาน 

อย่างไรก็ดี...มีปัจจัยที่ช่วยพยุงตลาดหุ้นไม่ให้ร่วงแรง คือ สภาพคล่องทางการเงินที่สูง ซึ่งมาจากการออก QE ของยูโรโซนและญี่ปุ่น อัตราผลตอบแทนในตลาดเงินต่ำมาก/ติดลบ และการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบจาก 27-28 ดอลลาร์/บาร์เรลช่วงกลางเดือนม.ค. 2559 เป็นประมาณ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลในปัจจุบัน (กลางเดือนมิ.ย. 2559) ยังผลให้ผลประกอบการของกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีพลิกฟื้นขึ้นและคาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับฐานกำไรที่ต่ำมากในปีก่อน รวมทั้งการเติบโตของภาคท่องเที่ยว & บริการของไทยที่ยังคงแข็งแกร่งและมีความหวังกับการลงทุนภาครัฐที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 

DBSV ยังคงให้เป้าหมาย SET Index ปีนี้ไว้ที่ 1480 จุด (Median+1SD) โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1/2559 ที่ออกมาเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ จึงยังคงประมาณการว่ากำไรในหุ้นที่เราทำการวิเคราะห์ซึ่งคิดเป็น 70% ของ Market Cap ตลาดหุ้นไทยจะขยายตัวได้ 30% เพราะฐานกำไรที่ต่ำมากของกลุ่มโภคภัณฑ์และขนส่ง แต่ถ้าไม่รวมกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และขนส่ง พบว่ากำไรจะเติบโต 3%YoY

กลยุทธ์การลงทุน : 1. ถ้าเป็นการเก็งกำไรตามรอบในหุ้น Market Cap ใหญ่ แนะนำให้ซื้อจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาใกล้กรอบล่าง แล้วทยอยขายเป็น Step เมื่อขึ้นไปในพื้นที่กรอบบน 2. การเก็งกำไรตามรอบในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เน้นเลือกซื้อเป็นรายบริษัท (ดูปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคเฉพาะตัว และไม่หวัง Gap กำไรมากเกินไป) 3. การซื้อลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำให้ทยอยซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดี จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ในจังหวะราคาหุ้นอ่อนตัว (ไม่รีบ ไม่ไล่ราคา)

หุ้นพื้นฐานดีที่มีสัญญาณทางเทคนิคเด่นในระยะสั้น ได้แก่ ANAN, CPALL, CPF, CPN, CK, KAMART, GLOBAL

หุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจทยอยซื้อสะสมจังหวะอ่อนตัว เพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว เป็น ADVANC (INTUCH), AP, AOT, BA, CK, KBANK, PTT, SCC