วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IFEC - ซื้อ

To be No.1 in wind energy

ประเด็นการลงทุน

เราได้ร่วมประชุมกับผู้บริหาร และยังคงมั่นใจในแนวทางการดำเนินธุรกิจที่จะสร้างผลกำไรในปีนี้ และเติบโตยั่งยืนในระยะยาว โดยเรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาในระดับเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ได้สะท้อนความผิดหวังจากความล่าช้าของการออก PPA หน่วยงานรัฐฯไปหมดแล้ว และคาดความเสี่ยง Downside risk ของราคาหุ้นน่าจะจำกัดที่ 6 บาท เพราะ เป็นมูลค่าที่ต่ำกว่า Replacement cost ของธุรกิจในมือปัจจุบันแล้ว

สำหรับปัจจัยหนุนราคาหุ้นจากนี้ไป จะมาจาก (1) กำไรปกติที่เพิ่มขึ้นจากรายได้โรงไฟฟ้าที่ขายไฟแล้ว และที่กำลังจะขายไฟ โดยบริษัทมีโครงการในมือที่ได้รับ PPA เพิ่มขึ้นเป็น 141 MW แล้วในปัจจุบัน (2) กำไรหลักจากโรงแรมดาราเทวี ราว 100 ล้านบาท/ปี และยังมีที่ดินที่จะพัฒนาเป็น ดาราเทวี Residential มูลค่าราว 5 พันล้านบาท ร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ (3) การประกาศดีลซื้อกิจการ และ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่ต่างประเทศ (4) คาดว่าจะมีการเปิดให้ยื่นขอ PPA โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศรอบใหม่จำนวน 300-500MW ช่วง 4Q16

ปรับโครงสร้างดาราเทวี พลิกปี 2016 เป็นกำไร

คาด รร. ดาราเทวี จะมีกำไรหลัก 80 ล้านบาท ในปีนี้ และคาดเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาท ในปีหน้า กำไรที่ดีขึ้นเป็นผลจาก (1) อัตราการเข้าพักเต็มเกือบตลอดปี โดยในช่วง 1Q16 ที่ผ่านมาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเกิน 90% (2) การปรับระยะเวลาตัดค่าเสือมใหม่เป็น 30-35 ปี จากเดิม 20 ปี (3) ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายลงทันที หลังคืนหนี้หมด (ปีที่แล้วมี EBITDA ราว 200 ล้านบาท) ซึ่งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามคำสั่งศาล คาดจะส่งผลให้ รร. ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้ และคาดจะมีกำไรพิเศษราว 700 ล้านบาท ใน 2Q16 สำหรับการพัฒนาที่ดินในโครงการ 40 ไร่ เพื่อขาย สำหรับอยู่อาศัย ร่วมกับพันธมิตร มูลค่าโครงการ 5 พันล้านบาท คาดจะเห็นความชัดเจนในเดือน กค. และ การต่อเติมจำนวนห้องพักเพิ่มอีก 80 ห้อง จะเป็นปัจจัยหนุนกำไรในระยะยาว ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ

โครงการพลังงานทดแทน ยังเป็นรายได้หลัก หนุนกำไรระยะยาว

คาดรายได้จากโรงไฟฟ้าจะเติบโตราว 40% จากโครงการในมือที่บริษัทได้รับการยืนยัน/ได้รับ PPA แล้ว จำนวน 141 MW (ดู Figure 2) แบ่งเป็น ขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 40 MW และอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการอีก 101 MW ซึ่งจะทยอยขายไฟฟ้าในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้บริษัทยังคงแผนการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศ และ ขยายไปต่างประเทศ ร่วมกับพันธมิตร GOLD WIND โดยมีโครงการในมือที่มีความพร้อมแล้ว และคาดว่าจะได้รับการยืนยันเพิ่มเติม 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการพลังงานลมในเวียดนาม เฟส 2-3 อีก 92 MW + 90 MW (บริษัทได้ PPA เฟสแรกแล้ว 28 MW) (2) โครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งเกาหลีใต้ 2 เฟส 100 MW + 100 MW (3) โครงการพลังงานลมที่ประเทศออสเตรเลีย 2 เฟส 100 MW + 100 MW ซึ่งเราคาดจะได้เห็นการสรุปการลงทุนอย่างน้อย 1 โครงการภายใน 3Q16 นี้


ปรับประมาณการลง สะท้อนความไม่แน่นอนของ PPA ในประเทศ

จากความไม่แน่นอนของการออกใบอนุญาติ (PPA) ของภาครัฐฯ ส่งผลให้โครงการพลังงานลมขนาดใหญ่ของบริษัทมีความล่าช้าออกมา ส่งผลให้เราต้องทบทวนประมาณการ และราคาเป้าหมายใหม่ โดยปรับคาดการณ์กำไรหลักปี 2016-17 เป็น 146 และ 484 ล้านบาท และปรับราคาเป้าหมายเป็น 13.7 บาท/หุ้น ด้วยวิธีส่วนรวมมูลค่ากิจการ ภายใต้สมมติฐาน 1) โครงการพลังงานทดแทนได้รับการยืนยัน/ได้รับ PPA แล้ว จำนวน 141 MW คิดเป็น 7.2 บาท 2) มูลค่าโรงแรมดาราเทวี คิดเป็น 1.5 บาท/หุ้น (คิดเฉพาะกำไรจากโรงแรมที่มีอยู่แล้ว ไม่รวมมูลค่าที่ดินเปล่า และไม่รวมโอกาสในการพัฒนาโครงการอสังหาฯในอนาคต) 3) คาดบริษัทจะได้ข้อสรุป 1 เฟส ของการลงทุน 1 ใน 3 โครงการต่างประเทศตามที่กล่าวข้างต้น คิดเป็นมูลค่า 5.0 บาท/หุ้น