วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TPCH - ซื้อ

คาดการเติบโตสูงใน 3 ปีข้างหน้าจากกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่

เราแนะนำ “ซื้อ” TPCH จากแนวโน้มกำไรเพิ่มต่อเนื่องใน 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2016 และคาดกำไรโตสูงเฉลี่ย 130.7% ต่อปี (CAGR) ใน 3 ปีข้างหน้า (2016–2018) จากการทยอยรับรู้รายได้ขายไฟจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลใหม่ 5 โรง จากปีก่อนที่มีโรงไฟฟ้าดำเนินการแล้ว 2 โรง เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2016 ที่ 19.50 บาท (Sum-of-the-Parts) จาก 6 โครงการที่มีสัญญาขายไฟระยะยาว (PPA) แล้ว และ 1 โครงการที่ได้รับคำตอบรับซื้อจากกฟผ.แล้ว โดยมีประเด็นที่เป็น Upside เร็วๆ นี้ คือ โครงการรับซื้อไฟโรงไฟฟ้าชีวมวลในภาคใต้ไม่เกิน 36 MW ที่จะเปิดประมูลในช่วงกลาง 2Q16- 3Q16 

เป็น Holding Company ลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล รายใหญ่ในประเทศ

TPCH ลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าชีวมวล โดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้ว 3 โรง (25.2 MW) อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 โรง (27.6 MW) และอยู่ระหว่างพัฒนา 1 โรง (21 MW) รวมกำลังผลิต 73.8 MW คิดเป็นกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นของ TPCH (ที่ 46-85%) รวม 47.1 MW

โครงการโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่มีพันธมิตรเป็นผู้รับจ้างเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและหาเชื้อเพลิงหรือเจ้าของเชื้อเพลิง ช่วยให้โครงการโรงไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่ำ

โครงการโรงไฟฟ้าของ TPCH ส่วนใหญ่มีการจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้บริหารเดินเครื่องโรงไฟฟ้า (Operator) หรือมีเจ้าของเชื้อเพลิงรายใหญ่เป็นผู้ร่วมถือหุ้น จึงทำให้โครงการมีความเสี่ยงต่ำ

คาดกำไร 2Q16 ทำ New High ทั้งปี 2016 โตก้าวกระโดด 234.4% และ 3 ปีข้างหน้าโตสูงเฉลี่ย 130.7%

คาดกำไร 2Q16 จะเพิ่มขึ้น Q-Q, Y-Y เนื่องจากไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า และการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้ามหาชัยกรีน พาวเวอร์ (MGP: 8 MW, TPCH ถือหุ้น 46%) ตั้งแต่ต้นไตรมาส และใน 3Q16 คาดโรงไฟฟ้าทุ่งสังกรีน (TSG: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 65%) จะเริ่ม COD รวมทั้งปี 2016 คาดกำไรโตก้าวกระโดด 234.4% Y-Y จากรายได้จากการขายไฟ เพิ่ม 110.5% Y-Y (จากโรงไฟฟ้า 4 โครงการ เทียบกับปีก่อนที่มีการขายไฟจาก 2 โครงการ (คือ CRB เต็มปี และ MWE 81 วัน) และอัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้น จาก Gross margin ของโรงไฟฟ้าใหม่ภายใต้สัญญาขายไฟระบบ FiT สูงกว่าโรงไฟฟ้าแรกในระบบ Adder ส่วนปี 2017-2018 คาดกำไรโตสูงต่อเนื่อง จากการเริ่ม COD ของโรงไฟฟ้าพัทลุง กรีน พาวเวอร์ (PGP: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 60%) และโรงไฟฟ้าสตูล กรีน พาวเวอร์ (SGP: 9.2 MW, TPCH ถือหุ้น 51%) ใน 1H17 และคาดโรงไฟฟ้าปัตตานีกรีน 8 เฟส 1 (PTG Ph.1 : 21 MW, TPCH ถือหุ้น 65%) เริ่ม COD 1Q18 โดยได้ Adder เพิ่ม 1 บาทต่อหน่วย กำไรที่โตอัตราสูงในช่วง 3 ปี (2016-2018) ทำให้ ROE อยู่ในทิศทางเพิ่มขึ้นด้วย จากปี 2015 ที่ 2.6% เป็น 8.1% ในปี 2016, 14.3% ในปี 2017 และ 22.5% ในปี 2018

แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2016 ที่ 19.50 บาท และ Upside 3 ประเด็นรวมโครงการประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลในภาคใต้ ใน 2Q16-3Q16

แนะนำ “ซื้อ” เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2016 ของหุ้น TPCH ที่ 19.50 บาท โดยรวมมูลค่าจากโครงการโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาขายไฟฟ้า (PPA) แล้วทั้งหมด 6 โครงการ (คือ CRB, MWE, MGP, TSE, PAP, และ SGP) และโครงการปัตตานีกรีน เฟส 1 ที่การไฟฟ้าฯ ตอบรับซื้อไฟฟ้า (LOI) คาดได้เซ็น PPA ในปีนี้ โดยมี Upside จาก (1) โครงการประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลในภาคใต้เฟสแรก ไม่เกิน 36MW ที่กกพ.มีกำหนดให้ยื่นขอขายไฟในช่วงวันที่ 15-30 มิ.ย. และเปิดซองข้อเสนอราคาในวันที่ 8 ส.ค. นี้ (2) โอกาสที่โรงไฟฟ้า CRB ได้ขายไฟราคาสูงขึ้น ~1 บาทต่อหน่วย หากเปลี่ยนเป็นระบบ FiT จะทำให้กำไรปี 2016-2018 เพิ่ม 7-13% และ (3) หากได้คำตอบรับซื้อไฟจาก EGAT สำหรับโครงการปัตตานีกรีน เฟส 2 (21 MW) คาดมูลค่าเพิ่มประมาณ 4 บาท ปัจจัยเสี่ยง: การเริ่ม COD โรงไฟฟ้าล่าช้ากว่าคาด