อัตราผลตอบแทนปันผลสูง ช่วยบรรเทาความไม่น่าตื่นเต้นของการเติบโตในระยะสั้น
ประเด็นการลงทุน
ในระยะสั้น-กลาง การเติบโตของ PS ในเรื่องยอดจองซื้อและกำไรไม่ค่อยน่าตื่นเต้นมากนัก อย่างไรก็ตาม PS อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงถึง 7.2% สำหรับปี 2559 ซึ่งเป็นการให้รางวัลแก่นักลงทุนระยะยาว โดยเรามองว่าหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงน้อยมาก เนื่องจากหุ้นมีมูลค่าที่ PER ปี 2559 เพียง 7.1 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ปี 2549-58 ที่ 8.9 เท่า เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ยังคงอยู่ที่ 30 บาท โดยอ้างอิงจาก PER ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย ที่ 9 เท่า
อัตราการเติบโดเสียเปรียบจากฐานสูง ในขณะที่ความชัดเจนของรายได้ต่ำ
PS ปรับเป้าหมายรายได้ที่อยู่อาศัย ปี 2559 เพิ่มขึ้น จาก 5.2 หมื่นล้านบาท เป็น 5.3 หมื่นล้านบาท (มากกว่าที่เราประมาณการที่ 5.16 หมื่นล้านบาท) โดยเพิ่มขึ้น 3% YoY รวมทั้งปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้สำหรับบ้านเดี่ยวที่ 14% และคอนโดที่ 3 % เพื่อสะท้อนยอดขายที่ดีขึ้นจากนโยบายขายสินค้าคงคลัง ทั้งนี้อัตราการเติบโตของรายได้ที่เป็นตัวเลขหลักเดียวนั้นยังไม่ตื่นเต้น เนื่องจากมีฐานรายได้ ปี 2558 สูง อยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท ในขณะเดียวกัน ความชัดเจนของรายได้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. อยู่ที่ 48% ของรายได้ประมาณการ ปี 2559 และเพียงแค่ 10 % ของปี 2560
อัตราผลตอบแทนปันผลน่าดึงดูดมาก
PS มีแนวโน้มที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูง เพื่อชดเชยกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ไม่สูงมากนักในปี 2559 ทั้งนี้จากสถานะสถานะการเงินที่ค่อนข้างดีมาก (อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิต่อทุนที่เพียง 0.5 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2559 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/53) เราคาดว่า อัตราการจ่ายเงินปันผลจะยังอยู่ที่อย่างน้อย 51% สำหรับปี 2559 และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้น ดังนั้นอัตราเงินปันผลต่อหุ้น ปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.80 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7.2%
คาดยอดจองซื้อและกำไรฟื้นในช่วงครึ่งปีหลัง
ในระยะสั้นยอดจองซื้อและรายได้ไตรมาส 2/59 ไม่น่าตื่นเต้นมากนัก เนื่องจากเราคาดว่ายอดจองซื้อจะทรงตัว YoY และรายได้จากอสังหาฯอ่อนตัว QoQ ทั้งนี้เราคาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ จากการเปิดตัวโครงการที่มากขึ้น โดยบริษัทเปิดตัวโครงการ 60-65 โครงการ ในปี2559 (เพิ่มขึ้นจาก 4.6 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 มาอยู่ที่ 5 - 5.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2559) โดยแบ่งเป็น การเปิดตัว 10 โครงการใหม่ในไตรมาส 1/59, 24 โครงการในไตรมาส 2/59 และ 17 โครงการในไตรมาส 3/59 และอีก 14 โครงการในไตรมาส 4/59 โดยได้ทำการซื้อที่ดินไว้หมดแล้ว บริษัทคาดยอดจองซื้อเติบโต 20% YoY ที่ 5.1 หมื่นล้านบาทในปี 2559 (72% จากที่อยู่อาศัยแนวราบ และ 28 % จากคอนโด) โดยตั้งเป้ายอดจองซื้อเติบโตที่อยู่อาศัยแนวราบที่ 11% คิดเป็น 3.7 หมื่นล้านบาทซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้สูง จากข้อมูลในอดีต (ยอดจองซื้อแนวราบเติบโต 16% ในปี 2559 และ 12% ในปี 2558) แต่เรามองว่าเป้าหมายยอดจองซื้อเติบโต 56% คิดเป็น 1.4 หมื่นล้านบาทเราคาดว่าสูงเกินไป
ยังอยู่ในช่วงคลุมเครือจนกว่าจะเปิดเผยรายละเอียดของธุรกิจใหม่ในบริษัทโฮลดิ้ง
บริษัทยังไม่มีความชัดเจนในแผนธุรกิจใหม่หลังจากปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยบริษัทจะจัดตั้ง พฤกษา โฮลดิ้ง ซึ่งจะมีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท พฤกษา เรียล เอสเตท ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค โดยอัตราส่วนการแลกหุ้นอยู่ที่ 1:1 ณ ราคาตลาดในวันโอน ทั้งนี้บริษัทพฤกษา เรียล เอสเตท จะถูกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ และเพิ่มบริษัทจดทะเบียนใหม่ในนาม พฤกษา โฮลดิ้ง ในเดือน พ.ย. ซึ่งเรามองว่าจะเป็นการปูทางสำหรับการลงทุนในธุรกิจอื่นกับผู้ร่วมทุนใหม่ เรามอง IRR ของโครงการใหม่จะอยู่ที่อย่างน้อย 15-16% (อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น มากกว่า 20%) นอกจากนี้ CEO ยังให้ความสนใจในธุรกิจด้านการแพทย์ (โรงพยาบาลสร้างใหม่ ตั้งอยู่ในเขตกทม.) ซึ่งเรามองว่านักลงทุนจะยังคงมีความกังวล จนกว่าบริษัทจะเปิดเผยรายละเอียดการลงทุนในธุรกิจใหม่









