ราคาน้ำมันดิบลดลงจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและตลาดหุ้นสหรัฐ
+ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกปรับลดลงเล็กน้อย โดยได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลอื่นๆจากตัวเลขรายจ่ายในการบริโภคของบุคคลสหรัฐ ในเดือน เม.ย.ปรับสูงขึ้นจาก 0.2% เป็น 1.0% มากที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี เป็นผลมาจากยอดซื้อสินค้าราคาแพงและรถยนต์เพิ่มขึ้น และตลาดหุ้นวอลล์สตรีทอ่อนแรงลง ทำให้ตลาดมีความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด น่าจะทำการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในเร็วๆนี้ ตอบรับต่อสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
- นอกจากนั้น นักลงทุนยังจับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่จะประกาศโดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) ในวันนี้ และ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ โดยผลสำรวจจากรอยเตอร์คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังน่าจะปรับลดลงราว 2.7 ล้านบาร์ลเรล
-/+ การประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 มิ.ย. 59 ณ กรุงเวียนนา ไม่ทำให้ตลาดมีความกังวลต่อปริมาณน้ำมันมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนส่วนมากคาดว่าการประชุมไม่น่าจะบรรลุข้อตกลงใดๆ ในการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบได้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
+ อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้จากแรงซื้อเก็งกำไร หลังราคาน้ำมันดิบ ร่วงลงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ราคายังดีดตัวขึ้น ตอบรับการเริ่มต้นของช่วงฤดูขับขี่รถยนต์ในสหรัฐ
+ ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากลุ่มยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะเงินฝืด โดยดัชนีราคาผู้บริโภคที่ลดลง 0.1% ซึ่งลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 อย่างไรก็ดี เงินเฟ้ออยู่ในแดนบวกเมื่อเทียบกับเดือนเมษายนที่ 0.2% ทั้งนี้ ข้อมูลเงินเฟ้อจะถูกเปิดเผยก่อนที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรปจะร่วมประชุมกันในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางน้ำมันดิบดูไบ จากโรงกลั่นในประเทศญี่ปุ่นที่จะกลับมาดำเนินการได้ ส่งผลต่อความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันเบนซิน อย่างไรก็ดี อุปสงค์ยังได้รับการสนับสนุนจากประเทศอินโดนีเชียเพื่อทำการเก็บสำรองก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูถือศีลอดในเดือน มิ.ย.
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้แรงหนุนจากอุปทานที่ลดลงในภูมิภาค จากโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาลและอุปสงค์เพิ่มเติมจากภาคการเกษตรในประเทศออสเตรเลีย
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมโอเปค ในวันที่ 2 มิ.ย. นี้ ว่ากลุ่มโอเปคจะสามารถตกลงเรื่องการรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบได้หรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ผลิตไม่สามารถตกลงเรื่องการตรึงปริมาณการผลิตได้ ทั้งนี้ ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายสำคัญในกลุ่มโอเปคยังไม่แสดงท่าทีว่าจะร่วมมือในการรักษาเสถียรภาพของตลาด เนื่องจากยังคงต้องการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด
- จับตาการผลิตน้ำมันดิบของประเทศไนจีเรีย หลังกลุ่มติดอาวุธ ไนเจอร์ เดลต้า อเวนเจอร์ส ยังคงเดินหน้าจู่โจมหน่วยผลิตกระแสไฟฟ้าของแท่นขุดเจาะ ส่งผลให้ล่าสุดปริมาณผลิตน้ำมันดิบปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปีที่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น หลังจากที่ล่าสุดมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐ อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) วันที่ 14-15 มิ.ย. นี้ หากเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้และอัตราเงินเฟ้อเริ่มฟื้นตัวขึ้น
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








