"สรท."ชี้ส่งออกเดือนเม.ย.ติดลบจากเศรษฐกิจโลก-วันหยุดยาว พร้อมจับตาตัวเลข 2 เดือน และไตรมาส 2 จะกลับมาดีหรือไม่ ยันยังไม่ปรับเป้าส่งออกทั้งปี
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า จากตัวเลขการส่งออกเดือนเมษายน 2559 กลับมาติดลบร้อยละ 8 โดยมีมูลค่าส่งออก 15,545 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 6 ปี ซึ่งมาจากเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว ขณะที่ไทยมีวันหยุดมากในเดือนเมษายน ส่งผลให้การส่งออกของไทยกลับมาติดลบ ขณะที่ตัวเลขการส่งออก 4 เดือน โดยรวมไทยติดลบร้อยละ 5.36 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการค้าและเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวมีความไม่แน่นอนสูงและมีความเสี่ยงว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่ยังคาดหวังตัวเลขการส่งออกของไทยหลังจากนี้ไปน่าจะกลับมาดีขึ้นบ้าง ซึ่งต้องเร่งผลักดันการส่งออกให้กลับมาเป็นบวกเฉลี่ยต่อเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากดำเนินการได้เชื่อว่าการส่งออกของไทยตลอดปีจะเป็นบวกได้ แต่หากยังติดลบอีกการส่งออกทั้งปีน่าจะติดลบ
อย่างไรก็ตาม สรท.ยังคงคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกปีนี้จะขยายตัวที่ร้อยละ 0-2 ตามเดิม จะยังไม่มีการปรับเป้าหมายการส่งออกดังกล่าวและจะขอรอดูตัวเลขการส่งออกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน และสรุปในไตรมาส 2 ก่อนจะออกมาอย่างไร คาดว่าจะติดลบร้อยละ 2-0 ยอมรับน่าเป็นห่วง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือร้อยละ 3.2 จากเดิมร้อยละ 3.4 ดังนั้น ทาง สรท.คาดหวังการส่งออกของเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ ไทยจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นกลับมา จีนสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีขึ้น และจะกลับมาผลิตสินค้าส่งออกมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งต้องนำเข้าวัตถุดิบจากไทย ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวดีขึ้น จะส่งผลให้สินค้าส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ สรท.ประเมินภาพรวมการส่งออกครึ่งหลังปีนี้ โดยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา เช่น เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวได้ดีเพียงใด ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หากขึ้นจะทำให้ค่าเงินของโลกและค่าเงินบาทของไทยเกิดความผันผวน หากมีผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าน้อยกว่า หรือแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่งขันจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงต้องดูทิศทางราคาน้ำมันจะปรับ-ขึ้นลงอย่างไร ขณะเดียวกันจากภาวะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวไทยควรเร่งปฏิรูปการส่งออกและการค้าของประเทศ โดยต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการค้าเพื่อรองรับการแข่งขันตามแผนยุทธศาสตร์ในการผลักดันการส่งออกปี 2559 ให้เป็นรูปธรรมทุกด้านอย่างชัดเจนและนำไปปฎิบัติได้จริงที่จะช่วยส่งเสริมให้ภาคการส่งออกไทยกลับมาดีขึ้นและเห็นว่าภาครัฐควรจะมีการทบทวนมาตรการต่าง ๆ ที่ใช้อยู่อย่างเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้เอกชนเป็นผู้แก้ไขปัญหาและดำเนินการเองฝ่ายเดียว









