วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนในกรอบแคบ

หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นมีพื้นฐานดี ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  ผันผวนในกรอบแคบ

เราคาดว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้จะผันผวนในกรอบแคบที่ 1,400-1,420 จากเฟดได้กล่าวว่า จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปหากเศรษกิจสหรัฐยังคงขยายตัว เรามองว่าระยะสั้นตลาดยังคงมีความกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังไม่ผ่านแนวต้านสำคัญที่ระดับ 50 เหรียญ/บาร์เรล ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนยังมีโอกาสที่ต่างชาติจะนำเงินออกจากประเทศ อย่างไรก็ตามเรายังคงแนะนำให้นักลงทุนคงเงินสด 40% เพราะระยะยาวตลาดไทยขาดปัจจัยบวกใหม่ๆมาสนับสนุนและได้ปรับตัวขึ้นมาแรงกว่าตลาดในภูมิภาคหากมองตั้งแต่ต้นปี

แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นมีพื้นฐานดี ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

หุ้นแนะนำ

IFEC (6.9) : IFEC จัด site visit ที่รร.ดาราเทวี เมื่อเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มีนักข่าวและนักวิเคราะห์ไปรวมกว่า 40 คน ซึ่งโดยรวมมี feedback ค่อนข้างดี คาดธุรกิจโรงแรมจะปลดหนี้หมดในปีนี้พร้อมจะกระจายหุ้นเข้าตลาด ในส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนคาดจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100mw จากปัจจุบัน 39mw ภายในสิ้นปีนี้ และอาจจะมีดีลใหญ่ใน 2-3 เดือนข้างหน้า เราคาดตลาดจะมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายขึ้น

ERW (5.3) : ผลประกอบการ 2Q59 มีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม

PTL (7.1) : เราคาดว่าผลประกอบการได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้ว จาก 1) อัตรากำลังการผลิตของโรงงานที่ระดับ 80-90% เทียบกับ 70-80% ในปีก่อน 2) spread ที่อยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ และ 3) ค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี อีกทั้ง PTL ได้ตั้งสำรองในประเทศตุรกีและอเมริกาไปทั้งหมดแล้วในปี 58

KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% และยังมีลุ้นเข้าเทรดในกลุ่ม SET50 กลางปีนี้ อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ 'สมคิด' ไขลานสรรพากร-กรมศุลฯ เร่งเครื่องเก็บภาษีให้มากขึ้น หวังให้นักลงทุนมั่นใจ เผย 7 เดือนแรกปีงบฯ 59 แม้เก็บเงินได้เกินเป้า แต่เพราะมาจากประมูล 4 จี และเงิน รสก. หากแยกเฉพาะกรมภาษียังน่าวิตก ยกเว้นสรรพสามิตที่ไปได้สวย

+ "แบงก์ชาติ" พร้อมหนุนธุรกรรม "ฟินเทค" เปิดช่องกู้ยืมบุคคลต่อบุคคล หวังเติมเต็มช่องวางระบบการเงิน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากแบงก์พาณิชย์ได้ ย้ำต้องมีกฎระเบียบรัดกุมเพื่อป้องกันผู้บริโภค ยอมรับยังไม่สามารถเปิดเสรีได้เท่าสิงคโปร์ พร้อมคาดธุรกรรม "พีทูพี เลนดิ้ง" ได้ข้อสรุปชัดเจนภายในปีนี้

+ "อาคม" จี้อุตสาหกรรมการบินของไทยปรับตัว รับเปิดเสรีการบิน ขณะอาเซียนจ่อลงนามเปิดเสรีการบินเต็มรูปแบบในปีนี้ หนุนการบินในภูมิภาคขยายตัวต่อเนื่อง ด้านเอกชนแนะรัฐบาลพิจารณาเงื่อนไขใหม่ เหตุสถานการณ์เปลี่ยน เร่งพัฒนาสนามบินและแหล่งท่องเที่ยวรองรับ

+ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ฮ่องกงจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการเจราทางการค้าสำหรับการจัดทำความตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ) อาเซียน-ฮ่องกง ครั้งที่ 7 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง สิ้นสุดวันที่ 2 มิ.ย.59 โดนตนจะเป็นประธานร่วมฝ่ายอาเซียนสำหรับการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งจะหารือต่อเนื่องในเรื่องการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และกฎเกณฑ์กฎหมาย ถือว่าเป็นการประชุมที่มีความสำคัญมาก เพราะอาเซียนและฮ่องกงได้กำหนดให้มีข้อสรุปในปี 59 และเหลือการประชุมอีกครั้งเดียวในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนการเจรจาครั้งที่ 8 ครั้งสุดท้าย จะเน้นการเจรจาเปิดตลาดสินค้าและบริการ และจัดทำรายละเอียดในประเด็นคงค้างต่างๆให้จบ

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,873.22 จุด เพิ่มขึ้น 44.93 จุด หรือ +0.25%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ประธานเฟดมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสแรกมีการขยายตัวได้ดีกว่าการประมาณการเบื้องต้น

+ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,270.79 จุด เพิ่มขึ้น 5.14 จุด หรือ +0.08%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลอนดอนขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด

+ ดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้น 62.38 จุด หรือ 0.37% ปิดที่ 16,834.84 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก โดยนิกเกอิปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน เพราะได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะเลื่อนการปรับขึ้นภาษีการอุปโภคบริโภค จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะบังคับใช้นโยบายดังกล่าวในเดือนเม.ย.ปีหน้า

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 15 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 49.33 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) จากข่าวที่ว่าแคนาดาเริ่มกลับมาผลิตน้ำมัน หลังจากที่แหล่งผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟป่าในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย