"กรมธุรกิจพลังงาน" ออกหนังสือเวียนผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันคุมเข้มการก่อประกายไฟ กำชับต้องดับเครื่อง-ห้ามใช้มือถือ
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ได้ออกหนังสือถึงผู้ประกอบการให้บริการเชื้อเพลิง คุมเข้มข้อห้ามตามกฏหมายการป้องกันอุบัติเหตุ การก่อประกายไฟในปั๊มน้ำมัน โดยผู้ประกอบการต้องดูแลเจ้าของรถผู้มาเติมน้ำมัน ต้องดับเครื่อง ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามก่อประกายไฟ และต้องปิดมือถือในระหว่างเติมน้ำมัน เพราะ ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการละเลยในสิ่งนี้จนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และล่าสุดก็เกิดคลิปที่ส่งต่อกัน ในเรื่องเด็กปั๊มใช้โทรศัพท์ ในปั๊มและเกิดประกายไฟกับรถจักรยานยนต์ที่เข้ามาเติมน้ำมัน
ในขณะเดียวกัน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท กระทรวงพลังงาน ได้ออกกฎกระทรวง ว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ 29 พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ต้องส่งพนักงานเข้ารับการอบรมภายใน 2 ปีนับจากวันประกาศกรมธุรกิจพลังงานมีผลบังคับใช้ หากพ้นกำหนด ผู้ประกอบการมีโทษตามกฎหมาย มาตรา 66 จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับเงินไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และเมื่อถึงวาระการต่ออายุใบอนุญาต หากไม่มีผู้ปฏิบัติงานจะไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาต ต้องขออนุญาตใหม่
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง มีการพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยตั้งแต่การจัดเก็บ การขนส่งและการให้บริการกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยต่อนักธุรกิจ และนักลงทุนจากต่างประเทศ ในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านพลังงานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และผู้ใช้บริการ
ด้านนายสุรพงษ์ พงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเทคนิคพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ จะครอบคลุมทุกประเภทกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเดิมกฎหมายยังครอบคลุมเพียงธุรกิจก๊าซปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติบางส่วนเท่านั้น ส่วนที่เพิ่มเติมในกฎหมายฉบับนี้คือธุรกิจน้ำมัน และธุรกิจก๊าซธรรมชาติส่วนที่ยังไม่ครอบคลุม ทั้งนี้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนี้ ประกอบด้วย ผู้ฝึกอบรม วิทยากรและผู้ปฏิบัติงาน โดยผู้ฝึกอบรมและวิทยากรต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด และต้องได้รับใบรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน ในส่วนผู้ปฏิบัติงาน ต้องผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นตามประเภทของกิจการที่ระบุไว้ รวม 23กิจการ ซึ่งจำนวนสถานประกอบการทั่วประเทศที่ต้องมีผู้ปฏิบัติงาน รวมกว่า 38,000 แห่ง โดยคาดว่าจะมีผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเข้ารับการอบรมกว่า 100,000 คน
“ในส่วนของเด็กปั๊มยอมรับว่ามีต่างด้าวเข้ามาทำงานมากกว่าครึ่ง ผู้ที่เข้ามาอบรมกับกรมฯก็จะต้องไปถ่ายทอดคุมเข้มการให้บริการของต่างด้าวเหล่านี้ด้วย” นายสุรพงษ์ กล่าว








