วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BWG - ซื้อ

From Dust to Diamonds

ประเด็นการลงทุน

เราแนะนำ ซื้อ BWG ด้วยราคาเป้าหมาย ที่ 2.50 บาท (ด้วยวิธี Sum of the part ธุรกิจกำจัดกากฯ 1.80 บาท, โรงไฟฟ้า 2 โรง 0.70 บาท) โดยมีปัจจัยพื้นฐานหนุนแนวโน้มกำไรให้เติบโตสูง จาก 1) กำไรจากการรับกำจัดกากฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 20%/ปี จากมาตรการภาครัฐฯที่บังคับให้โรงงานต้องมีการกำจัดกากอย่างถูกต้อง 2) กำไรจากการนำขยะมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง หนุนให้กำไรปี 2016 เติบโต 36% 3) การรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าขยะ 2 โรง (บริษัทมีใบอนุญาติฯแล้ว) ที่จะขายไฟฟ้าในช่วงปลายปีนี้ 1 โรง และปลายปีหน้าอีก 1 โรง จะหนุนให้บริษัทมีกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งหมดส่งผลให้กำไรปีนี้เติบโตสูง ปัจจุบันราคาหุ้นเทรดบน P/E เพียง 18 เท่า ซึ่งเรามองว่ายังไม่ได้สะท้อนศักยภาพในการเติบโตของกำไรที่สูง เฉลี่ยต่อปีถึง 36% CAGR 2016-18

Theme 1: ธุรกิจหลักเติบโตแข็งแกร่ง

คาดปริมาณการกำจัดกากอุตสาหกรรมฯจะอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15% (ยังคงอนุรักษ์นิยมเมื่อเทียบกับเป้าหมายของภาครัฐฯที่ 10 เท่า ใน 5 ปี ปัจจุบันมีการกำจัดกากฯอย่างเป็นระบบน้อยกว่า 10% ของปริมาณกากฯทั้งหมด) โดยเมื่อเดือนพฤษจิกายน 2015 มีประกาศกฎกระทรวง ว่าจะไม่ต่อใบอนุญาต รง.4 (ใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรม) ให้กับผู้ที่ไม่กำจัดกากฯอย่างเป็นระบบ ซึ่งใบอนุญาตนี้ต้องต่อทุก 5 ปี ส่งผลในแต่ละปีจะมีผู้ที่ต้องมาต่อใบอนุญาตราว 10,000 โรงงาน และ BWG เป็นผู้กำจัดกากฯรายใหญ่ในประเทศ คาดจะหนุนให้บริษัทมีกำไรค่ากำจัดกากฯ เติบโตเฉลี่ย 20%/ปี

Theme 2: เปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน

หลังจากบริษัทรับเงินค่ากำจัดกากฯมาแล้ว บริษัทจะนำกากเหล่านั้นมาทำเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง (Refuse-Derived Fuel: RDF) เพื่อจำหน่าย โดยบริษัทรับกำจัดกากปีละ 3 แสนตัน (ในปี 2015) และมีกากฯในหลุมที่สามารถนำมาผลิตได้อีกกว่า 1 ล้านตัน โดยบริษัทมีกำลังการแปรรูปกากฯที่ 600 ตัน/วัน ซึ่งสามารถขายได้ในราคาตันละ 500-1,000 บาท หรือคิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้นราว 70-100 ล้านบาท/ปี

Theme 3: รับรู้รายได้โรงไฟฟ้า เร่งการเติบโตของกำไร

คาดกำไรในช่วง 2H16 จะเติบโตสูง เพราะจะมีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าแห่งแรกขนาด 9.4MW ที่จะ COD ในช่วง 4Q16 นี้ ซึ่งขณะนี้โรงไฟฟ้าอยู่กำลังก่อสร้างตามแผนงาน ซึ่งบริษัทได้รับ PPA และ BOI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้คาดกำไรในปีหน้าจะได้รับปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้าโรงที่ 2 ขนาด 9.4MW ซึ่งกำหนดสร้างในช่วง 2H16 และคาด COD ในช่วง 2H17 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรให้เติบโตเพิ่มเติมจากธุรกิจรับกำจัดขยะ คาดโรงไฟฟ้าแต่ละโรงจะเพิ่มกำไรให้กับบริษัทได้ปีละ 130 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่า 0.35 บาท/หุ้น/โรง

Theme 4: Upsides ในอนาคต จะเป็นเจ้าของนิคมฯ เอง

เรามองว่าพื้นฐานของบริษัทจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น หลังจากบริษัทได้เซ็น MoU กับการนิคมฯเมื่อปีที่แล้ว ในการศึกษาและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งบริษัทจะสามารถขยายตัวเข้าสู่การกำจัดและแปรรูปขยะได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ การฝังกลบ การรีไซเคิล การผลิตไฟฟ้า/ไอน้ำ/ พลาสติกและโลหะ คาดจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรในอนาคต และคาดจะมีความชัดเจนในการลงทุนในปีนี้ ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ