ปรับลดประมาณการลงจากเดิม
ผลประกอบการย่ำแย่
SAMTEL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 56 ล้านบาท ลดลง 53% YoY แต่เพิ่มขึ้น 89%QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 1/59 ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาทและค่าปรับจากความล่าช้าของการส่งมอบงาน 20 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 72 ล้านบาท ลดลง 42%YoY และ 9%QoQ โดยกำไรหลักถือว่าต่ำสุดตั้งแต่ไตรมาส 2/52 เป็นต้นมา ในขณะที่รายได้ดูเหมือนผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 4/58 และปรับตัวดีขึ้น QoQ ในไตรมาส 1/59
ประเด็นหลักของผลประกอบการ
กำไรหลักที่หดตัวลง YoY เนื่องจากต้นทุนบริการและดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งกลบผลกระทบของรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยงานส่วนใหญ่ที่รับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 1/59 มีอัตรากำไรที่ต่ำมาก ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยโดยรวมในไตรมาส 1/59 ลดลง (เหลือ 17.6% เทียบกับ 25.2% ในไตรมาส 1/58 และ 20.8% ในไตรมาส 4/58) โดยภาพรวมการเปิดประมูลงานโครงการของภาครัฐยังคงล่าช้าในไตรมาส 1/59 บริษัททำการเซ็นสัญญางานใหม่ซึ่งมีมูลค่า 1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 1/59 ซึ่งได้แก่ งานโครงการซ่อมบำรุงระบบมิเตอร์ไฟฟ้าอัตโนมัติของกฟภ.เฟส 1 (มูลค่า 366 ล้านบาท) และงานโครงการกล้องซีซีทีวีของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (มูลค่า 279 ล้านบาท) และงานโครงการอื่นๆ (มูลค่ารวมกัน 455 ล้านบาท) เทียบกับงานใหม่ที่เซ็นสัญญา 579 ล้านบาทและ 533 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 และ 1/58 ตามลำดับ มูลค่างานโครงการที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) อยู่ที่ประมาณ 8 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/59 ลดลงเล็กน้อยจาก 8.24 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2558
รายได้รวมในไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 1.45 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%YoY และ 28%QoQ (ซึ่งประกอบด้วยรายได้ 1.3 พันล้านบาทจากงานโครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้วก่อนไตรมาส 1/59 และรายได้ 160 ล้านบาทจากงานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาในช่วงระหว่างไตรมาส 1/59) หากแบ่งตามประเภทธุรกิจ รายได้จากธุรกิจติดตั้งโครงสร้างเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม (NIS) ลดลง 30%YoY แต่เพิ่มขึ้น 10%QoQ รายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีประยุกต์ด้านไอซีที (ETS) เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 10%QoQ รายได้จากธุรกิจแอพพลิเคชั่นสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (BS) ลดลง 15%YoY แต่เพิ่มขึ้น 39%QoQ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ NIS และ BS ลดลง YoY มาอยู่ที่ 4.9% และ 19.9% ตามลำดับในไตรมาส 1/59 เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ ETS เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY มาอยู่ที่ 16.3%
แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 2/59 ที่ 90 ล้านบาท ลดลง 27%YoY (เนื่องจากงานโครงการส่วนใหญ่มีอัตรากำไรในระดับที่ต่ำ) แต่เพิ่มขึ้น 25%QoQ (เนื่องจากการคาดการณ์การเซ็นสัญญางานโครงการใหม่ซึ่งมีมูลค่า 3-4 พันล้านบาทภายในไตรมาส 2/59 ภายใต้สมมติฐานว่า
บริษัทน่าจะสามารถเซ็นงานโครงการ ERP มูลค่า 2.75 พันล้านบาทได้ทันภายในไตรมาส 2/59) เราคาดรายได้ในไตรมาส 2/59 ที่ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%YoY และ 10%QoQ และคาดมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/59 (เพิ่มขึ้น 25%QoQ)
สิ่งทีเปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากการคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิมีแนวโน้มยังคงอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 เราจึงทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงจากเดิมอีก 43% (เหลือ 416 ล้านบาท) และปรับลดราคาเป้าหมาย (ซึ่งประเมินด้วยวิธี PEG) ลงอีก 27% (เหลือ 17.5 บาท)
คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เราเชื่อว่ากำไรสุทธิมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดในข่วงครึ่งแรกของปี 2559 และคาดว่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เราคิดว่ามูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากงานโครงการใหม่ที่จะเซ็นสัญญาเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2559









