กำไรหลักไตรมาส 1/59 ดีเกินคาด แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง YoY
ดีเกินคาด
THAI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 5,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY และ 19% QoQ หากไม่รวมรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 681 ล้านบาท, ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 91 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องบิน 83 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/59 จะอยู่ที่ 6,854 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และพลิกกลับจากขาดทุนหลักในไตรมาส 4/58 ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่าคาด และการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (จากประมาณการของเราที่เป็นบันทึกภาษีจ่าย)
ประเด็นการลงทุน
ปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของผลกำไรหลักได้แก่ 1) การลดลงของต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ลดลง 38% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล), 2) การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสาร ( เพิ่มขึ้น 5% YoY และ ลดลง 1% QoQ เป็น 5.9 ล้านคน) , 3) การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วย (ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2% QoQ มาอยู่ที่ 2.50 บาท/RPK), 4) การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขนส่งสินค้าต่อหน่วย (เพิ่มขึ้น 5 % YoY และ ลดลง 4% QoQ มาอยู่ที่ 8.18 บาท/RPK), 5) ค่าใช้จายในการขายและบริหารที่ลดลง – อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย ลดลงเป็น 4.5% จาก 5.3% ในไตรมาส 4/58 และ 6) เครดิตภาษีที่มากขึ้น QoQ เป็น 839 ล้านบาทจาก 24 ล้านบาทในไตรมาส 4/58
แนวโน้ม
อุปสงค์ของการเดินทางและการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นแรงหนุนการเติบโตในช่วงไตรมาส 2/59 โดยแนวโน้มการเติบโตยังคงสดใสต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน โดยจำนวนผู้โดยสารของ AOT เพิ่มขึ้น 10% YoY ในเดือนเมษายน และ 13% ระหว่างช่วงวันที่ 1-14 พฤษภาคมอย่างไรก็ตาม โดยปกติในช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน จะมีปริมาณผู้โดยสารลดลงเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยว โดยข้อมูลผู้โดยสารในอดีตชี้ว่าโดยเฉลี่ยผู้โดยสารของ THAI จะลดลง 12% QoQ ระหว่างช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน โดยเราคาดว่าราคาน้ำมันเครื่องบินจะลดลง YoY แต่จะเพิ่มขึ้น QoQ สำหรับไตรมาส 2/59 ดังนั้นเราจึงคาดว่าผลประกอบการหลักในไตรมาส 2/59 จะปรับตัวดีขึ้น YoY แต่จะลดลง QoQ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 4,979 ล้านบาท (จาก 1,828 ล้าน บาท) เพื่อสะท้อนการปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันเครื่องบินลง 18% เป็น 55 เหรียญสหรัฐ/ บาร์เรล) ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ของเราถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 17.40 บาท (จาก 12.70 บาท) อ้างอิงจาก PBV สิ้นปีที่ 1 เท่า, 1 SD สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 0.8 เท่า (โดยเป็นขอบล่างของการราคาหุ้นที่ซื้อขายในช่วงปีที่มีกำไร)
คำแนะนำ
ในมุมมองของเราผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 1/59 ที่ออกมาดีเกินคาด และน่าจะส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการของเราและตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยบวกด้านราคาน้ำมันเครื่องบินที่อยู่ในระดับต่ำเป็ระยะเวลานาน อีกทั้งความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน YoY ซึ่งประเด็นต่างๆดังกล่าวน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น โดยปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER สิ้นปี 2559 ที่ 8.3 เท่า โดยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 9.8 เท่า ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” จาก “ถือ”









