ราคาน้ำมันดิบลดลง จากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังจากที่ปรับตัวเพิ่มมากขึ้นกว่า 3 วันติดต่อกัน เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ เช่น ตัวเลขการค้าปลีกและตัวเลขดัชนีผู้บริโภคสหรัฐ ประกาศออกมาอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ อาจจะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งภายในปีนี้
- ประกอบกับรายงานกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปค ในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2551 โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 32.44 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าเดือน มี.ค. อยู่ที่ระดับ 188,000 บาร์เรลต่อวัน กลุ่มโอเปคได้ส่งสัญญาณว่าปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกมีปริมาณมากกว่าความต้องการเพิ่มมากขึ้นในปีนี้
+ แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงสนับสนุนจากรายงานตัวเลขกำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่องกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ติดต่อกันสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2552 ที่ผ่านมา
+ นอกจากนี้ ความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบในไนจีเรียซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของทวีปแอฟริกายังคงสนับสนุนราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่บริษัทขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ได้ประกาศงดส่งออกน้ำมันดิบด้วยเหตุสุดวิสัย จากการที่ท่อขนส่งน้ำมันดิบได้รับความเสียหาย โดยกำลังการผลิตน้ำมันดิบของทวีปแอฟริกาปรับตัวลดลงสู่ระดับ 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณอุปทานในภูมิภาคปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงน้ำมันเบนซินที่เก็บอยู่ในเรือที่ลอยลำอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะขายออกเมื่อราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ แต่อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ปริมาณอุปทานค่อนข้างตึงตัว
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ความไม่สงบในประเทศไนจีเรียที่ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบเดือน พ.ค. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปีที่ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลัง Shell อพยพคนงานออกจากแหล่งผลิตน้ำมัน Bonga (กำลังการผลิต 90,000 บาร์เรลต่อวัน) เนื่องจากถูกโจมตี ขณะที่ Chevron เองก็หยุดการผลิตน้ำมันในแหล่ง Okan (กำลังการผลิต 35,000 บาร์เรลต่อวัน) ด้วย
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่มีแนวโน้มจะลดลงต่อหลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ รายงานโดย EIA ณ วันที่ 6 พ.ค. ปรับตัวลดลงกว่า 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 8.80 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- จับตาว่าการผลิตน้ำมันดิบแคนาดาจะกลับมาเป็นปกติได้เร็วแค่ไหน หลังสถานการณ์ไฟป่าที่ประเทศแคนาดาเริ่มคลี่คลาย ซึ่งก่อนหน้านี้เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทน้ำมันรวมทั้งสิ้นกว่า 11 รายมีการลดกำลังการผลิตลงไปกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999







