วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้นเล็กน้อย

หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  ปรับขึ้นเล็กน้อย

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นเล็กน้อย ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นต่อ และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยมากถึง 4,116 ล้านบาท อย่างไรก็ดี การเผยยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. 2559 ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 1.3% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2558 อาจส่งผลลบต่อแรงเก็งกำไรในตลาดบางส่วน เนื่องจากยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐในอนาคต

แนวรับ/แนวต้าน : 1390/1410 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์  :  หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

หุ้นแนะนำ

ERW (5.3) : ผลประกอบการงวด 1Q59 มากกว่าที่ตลาดคาด 9% และ consensus มีโอกาสปรับประมาณการขึ้น ในส่วนของผลประกอบการ 2Q59 ยังมีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยงโดยเฉพาะชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม

THAI (17) : ได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่อง ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์

KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" ลุ้นสภาพัฒน์แถลงจีดีพีไตรมาสแรก วันนี้ ชี้ทิศทางเศรษฐกิจไทย ขณะรอประเมินผลกระทบภัยแล้งก่อนออกมาตรการหนุน ด้านนักเศรษฐศาสตร์ประเมินเศรษฐกิจไทยโตได้ 3% ในปีนี้ หลังราคาสินค้าเกษตรขยับ แรงหนุนครึ่งปีหลัง

+ ค่ายรถดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์โลก เอ็มจีประกาศแผนเปิดโรงงานใหม่ที่ชลบุรี ทดแทนโรงงานเดิม "ธนินท์ เจียรวนนท์" ประกาศใช้ความแข็งแกร่งซีพี ดันขึ้นผู้นำตลาดเมืองไทย ด้านฮอนด้าเปิดโรงงานใหม่สุดล้ำที่ปราจีนบุรี มูลค่า 1.7 หมื่นล้าน "นิสสัน" ผุดศูนย์วิจัยพัฒนาอาเซียนในไทย บีเอ็มประกอบ X3, X5 ส่งออกไปจีน เล็งเปิดศูนย์จัดซื้อชิ้นส่วนส่งโรงงานทั่วโลก

- ส่งออกเฝ้าระวังบาทแข็งค่าทะลุ 34 บาท/ดอลล์กระทบขีดแข่งขัน หวั่นสินค้าไทยจะยิ่งเสียเปรียบเวียดนาม-มาเลย์ ด้านสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ส่งข้อมูลค่าเงินรายวันให้สมาชิกคำนวณรับออร์เดอร์ใหม่ป้องกันขาดทุน ระบุล่าสุดยังโค้ดราคาที่ 35 บาท/ดอลล์ยืนพื้น ด้านสภาผู้ส่งออกสั่งจับตา 2 เหตุการณ์ใหญ่ประชุมเฟด-ลงประชามติ UK ถอนจากสมาชิกกลุ่มยุโรป จะป่วนค่าเงินโลกอีกระลอก ขณะที่แบงก์เชื่อระยะสั้น เงินบาทไม่แข็งไปกว่า 34.80 บาท ชี้ปัจจัยกดดัน "เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย-น้ำมันทะลุ 50 ดอลล์"

- ภัยแล้งทั่วโลกดันราคาสินค้าเกษตรขึ้นยกแผง ข้าวทะยานสูงสุดรอบ 2 ปี ส่วนน้ำตาลขยับ ต่อเนื่อง คาดปีนี้เกษตรกร เห็นราคา 900 บาท/ตันอ้อย ขณะมันสำปะหลัง-ยางพาราขยับเช่นเดียวกัน แต่มีปัจจัยเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศและปริมาณยางออกสู่ตลาด นักวิชาการชี้สินค้าเกษตรยังเจอแรงกดดันจากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ส่งผลราคาขยับขึ้นไม่มาก

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,535.32 จุด ร่วงลง 185.18 จุด หรือ -1.05%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (13 พ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 1 ปี โดยนักลงทุนกังวลว่าข้อมูลดังกล่าวจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงด้วย

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,138.50 จุด เพิ่มขึ้น 34.31 จุด หรือ +0.56%

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (13 พ.ค.) เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นเทสโก้ รวมทั้งรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 1 ปี โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยบรรเทาปัจจัยลบจากรายงานที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ

- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 234.13 จุด หรือ 1.41% แตะที่ 16,412.21 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลง เนื่องจากการแข็งค่าของเงินเยนได้ฉุดหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลง นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้เทขายทำกำไรหลังจากดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้นในช่วง 4 วันทำการที่ผ่านมา

+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 49 เซนต์ หรือ 1.1% ปิดที่ 46.21 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (13 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่า แคนาดาเริ่มกลับมาผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังจากที่แหล่งผลิตน้ำมันในฟอร์ท แมคเมอร์เรย์ของแคนาดาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟป่าในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้