ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 รับอานิสงค์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้าน "สุกิจ" คาดดัชนีแกว่ง 1,380-1,430 จุด
นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ใน 3 เดือนหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.86 อยู่ที่ 102.74 เทียบกับเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 96.14 ซึ่งยังทรงตัว และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 3 เดือน โดยปัจจัยหนุนคือมาตรการและนโยบายภาครัฐช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่น แต่นักลงทุนยังคงมีความกังวลเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น จนกระทบต่อภาคเกษตร และส่งออก แต่ยังมีภาคการท่องเที่ยว และ เม็ดเงินไหลเข้าเพื่อลงทุนเพิ่ม จึงช่วยความเชื่อมั่นนักลงทุนได้ดี โดยอุตสาหกรรม รับเหมาและก่อสร้าง น่าลงทุนมากที่สุด ส่วนกลุ่มเหล็กควรหลีกเลี่ยงการลงทุน
ทั้งนี้พบว่ากลุ่มนักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นดีขึ้น อยู่ที่ระดับ 111.11 ตามด้วยกลุ่มนักลงทุนรายย่อยอยู่ที่ 109.19 และกลุ่มสถาบันอยู่ที่ระดับ 100
ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ทิศทางหุ้นไทยในไตรมาส 2 คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 1,380-1,430 จุด ซึ่งยังคงแกว่งตัวอยู่ เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกขาดปัจจัยใหม่กระตุ้น และธนาคารกลางต่างๆ ในโลกยังไม่รีบออกมาตรการกระตุ้น โดยที่ช่วงนี้มีแรงขายออกมาบ้าง หลังจากช่วงต้นปีมีแรงซื้อจากต่างชาติค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นภาวะปกติ แต่คาดว่าหลังจากนี้หุ้นไทยในไตรมาส 3 น่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้นได้
ขณะที่นายไพบูลย์ นลินทรางกูร กรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ที่มองว่า จากทิศทางภาวะเศรษฐกิจโลกแม้จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่มีความชัดเจนมากขึ้น และนักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจได้เศรษฐกิจขนาดใหญ่ยังไม่ฟื้นตัว จึงทำให้เม็ดเงินลงทุนกำลังจะกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทยด้วย ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ไปเม็ดเงินลงทุนจะเข้าตลาดหุ้นไทย แต่จะไหลเข้าระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งนักลงทุนรอความชัดเจนของเศรษฐกิจไทยว่าจะฟื้นตัวเมื่อไร ก็พร้อมจะลงทุนระยะยาวทันที โดยคาดว่าภายใน 4-5 เดือน นี้เงินลงทุนระยะยาวจะกลับมา






