"กระทรวงคลัง" ยืนยันทำหน้าที่ในการโอนท่อก๊าซปตท.อย่างสมบูรณ์ ตามคำสั่งศาลและมติตรม. แจงข้าราชการไม่มีส่วนได้เสีย
ตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(คตง.) มีมติส่งปปช.ฟ้องอาญาอดีตรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าปตท. ผู้บริหารกรมธนารักษ์กับพวกรวม 6 คน ฐานดำเนินส่งมอบท่อก๊าซปตท.คืนคลังไม่ครบถ้วน และไม่เป็นไปตามมติครม. พร้อมจะส่งเรื่องถึงครม. และรัฐมนตรีคลังให้สั่งการให้มีการส่งมอบท่อในส่วนที่เหลืออีก 3.2 หมื่นล้านบาทภายใน 60 วันนั้น
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการคุยกันหลายรอบ แต่ละส่วนก็มีความเห็นออกมา แต่ที่ผ่านมาได้มีความเห็นของศาลออกมาแล้วว่า การโอนทรัพย์สินดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ซึ่งกระทรวงคลังในฐานะผู้ดูแลทรัพย์สิน หากบอกว่าส่วนใดเป็นทรัพย์สินของรัฐต้องโอนมาเพิ่มก็ให้ จะรับโอนมาเพราะในสัญญาการโอนท่อก๊าซฯ ระบุว่าหากภายหลังพบว่า มีอะไรที่โอนขาดตกบกพร่อง ยังสามารถโอนเพิ่มได้ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า ก็ต้องมีผู้ที่มาตัดสินว่า ทรัพย์ตรงนี้เป็นทรัพย์ของรัฐหรือไม่ อาจต้องชี้ขาดโดยศาลฯ
“คตง.เขาทำหน้าที่ของเขา เขามีความเชื่อว่า ยังโอนขาดไปกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท เมื่อมีการท้วงติงจากคตง. ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องกลับไปดูอีกว่า กระบวนการที่ทำมาถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในส่วน ปตท. เขาก็เชื่อว่าโอนหมดแล้ว ดังนั้นถ้าทางรัฐมีหลักฐานพิสูจน์ได้ ก็ต้องไปโอนมา หลังจากนี้คงว่าไปตามกระบวนการ”
อย่างไรก็ตาม เท่าที่คุยกับข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ ในขณะนั้น เขาคิดว่า ทรัพย์สินที่โอนมามีแค่นั้น และคิดว่าทำหน้าที่ครบถ้วนแล้ว ถ้าจะต้องสอบสวน เพราะมีรายชื่อไปเกี่ยวข้องก็ต้องสอบ ถ้าไม่ต้องสอบสวนก็ไม่ต้องสอบ ก็ว่ากันไปตามขั้นตอนราชการ แต่ยืนยันว่า ข้าราชการกระทรวงการคลัง ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว กระทรวงคลังทำงานอย่างตรงไปตรงมา และไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับเรื่องนี้
ด้าน นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับเรื่องจากคตง. ค่อนข้างสับสน ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตามหน่วยงานใด เพราะหน่วยงานตรวจสอบ ก็มีหลายหน่วยงาน ทั้ง สตง. ปปช. ขณะที่ศาลมีหลายศาล ก็ไม่ได้รู้ว่า ต้องทำตามคตง. หรือทำตามศาลฯ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ จะให้ฝ่ายกฎหมายไปดูข้อมูลเตรียมการไว้ สำหรับเรื่องค่าเช่าท่อก๊าซฯ ในแต่ละปีได้รับค่าเช่าจากปตท. ไม่มากระดับ 100 ล้านบาท ในขณะที่แต่ละปีมีรายได้ค่าเช่ารวมประมาณ 4 พันล้านบาท
ด้านนายอำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีชื่อเป็น 1 ใน 6 คนที่ถูกคตง. ส่งชื่อให้ ป.ป.ช.ว่า ในการโอนท่อก๊าซฯ มีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาพิจารณาโดย มีตัวแทนจากทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการดำเนินตามพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และดำเนินการตามมติครม.เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2550 ที่ระบุให้กระทรวงการคลังและพลังงาน โอนทรัพย์สินท่อก๊าซฯ ตามคำพิพากษา และให้ “สตง.” ตรวจสอบความถูกต้อง หากมีปัญหาในการตีความให้ส่งเรื่องไปยังกฤษฎีกา ซึ่งยืนยันคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทำตามคำสั่งศาลและมติครม.ทุกขั้นตอน
โดยก่อนที่จะมีการโอนทรัพย์สินดังกล่าว ได้ส่งร่างสัญญาการโอนทรัพย์สินไปให้อัยการช่วยตรวจสอบ ซึ่งหลังจากดำเนินการเรียบร้อยแล้ว กรมธนารักษ์ และกระทรวงพลังงาน ปตท. จึงรายงานไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อรายงานไปยังครม. รวมถึงรายงานไปยังศาลปกครองสูงสุด และรายงานไปยัง สตง. โดยได้รายงานสิ่งที่ทำไปทั้ง 3 ทางคือ ครม. ศาล และสตง. ซึ่งทั้งศาล และครม.ไม่ได้มีข้อท้วงติงอะไร ยกเว้น สตง.ที่ระบุว่าการคืนทรัพย์สินดังกล่าวไม่ครบถ้วน
นอกจากนี้ ทางศาลปกครองสูงสูด ยืนยันมาแล้ว 4-5 ครั้งว่า ทำได้ครบถ้วนแล้ว คณะกรรมการที่ทำเรื่องนี้ และกรมธนารักษ์ จึงยึดถือคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดว่า ถือเป็นที่สุดแล้ว เพราะขณะนั้นคณะกรรมการได้เปิดช่องไว้ว่า หากถ้าศาลฯเห็นประกาศใด กล่าวคือ ถ้าเห็นว่าโอนยังไม่ครบถ้วน ขาดหรือเกินอย่างไร พร้อมที่จะดำเนินการตามความเห็นศาลฯ
“ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียการการโอนท่อก๊าซฯ ผมทำงานด้วยความสุจริต แต่เมื่อมีรายชื่อเป็น 1 ใน 6 ต้องดูว่า ต้นสังกัดกระทรวงการคลัง จะดำเนินการอย่างไร ตามขั้นตอนคิดว่าต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ผมกำลังเตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อชี้แจง สิ่งที่เกิดขึ้น”นายอำนวย กล่าว
กรณีที่ระบุว่าคณะกรรมการทำเรื่องนี้โดนไม่ขอความเห็นไปยังครม. หรือ สตง. ก่อนโอนท่อก๊าซนั้น หากไปดูมติครม.ระบุชัดเจนว่า ให้กระทรงการคลัง และกระทรวงพลังงานไปแบ่งแยกตามคำพิพากษาของศาล และไม่ได้บอกว่าต้องขอความเห็นครม. ก่อนลงนามในสัญญา และไม่ได้บอกว่าต้องให้สตง.ตรวจสอบก่อนลงนามในสัญญา ดังนั้นจะมาบอกว่ากลุ่มคนที่ทำนั้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบคงไม่ถูกนัก








