ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบจากแคนาดาและไนจีเรียจะปรับตัวลดลง
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อสถานการณ์ไฟป่าในแหล่งผลิตน้ำมัน Alberta ในประเทศแคนาดา ซึ่งไฟป่าในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบหายไปกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีการคาดการณ์กันว่าผู้ผลิตอาจจะกลับมาเริ่มการผลิตได้อีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
+ การโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันดิบในประเทศไนจีเรียส่งผลให้ปริมาณการผลิตลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 22 ปีที่ระดับ 1.69 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยที่บริษัทรอยัล ดัทช์ เชลล์ ต้องอพยพคนงานออกจากแหล่งผลิตน้ำมัน Bonga ทีมีกำลังการผลิต 9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน หลังจากถูกโจมตี ประกอบกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางบริษัท เชฟรอน ต้องทำการหยุดการผลิตน้ำมันในแหล่ง Okan ซึ่งมีกำลังการผลิต 3.5 หมื่นบาร์เรลต่อวันไปก่อนหน้านี้แล้ว
- สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 6 พ.ค.ปรับเพิ่มขึ้น 3.45 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นแตะที่ระดับ 543.1 ล้านบาร์เรล
- อิหร่านประกาศปรับลดราคาขายน้ำมันดิบ (OSP) งวดส่งมอบเดือนมิถุนายนลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบชนิดหนักของอิหร่านมีราคาต่ำกว่าน้ำมันดิบชนิดมีเดียมของซาอุดิอาระเบีย 30 เซนต์ ซึ่งเป็นการปรับลดราคาขายครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007-2008 และนับเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ หลังจากนานาชาติได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาด
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐในปี 2017 จะลดลงเพียง 4.1 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ในครั้งที่แล้วว่าการผลิตจะลดลง 5.6 แสนบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานส่วนเกินในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลางปรับตัวลดลงและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากประเทศอินโดนีเซีย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังมีอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับน้ำมันดีเซล เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในภูมิภาคจะปรับตัวสูงขึ้น และอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศอินเดีย
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 41-47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 42-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาสถานการณ์ไฟป่าที่ประเทศแคนาดา หลังล่าสุดไฟยังคงลุกลามและสร้างความเสียหายต่อเนื่อง ส่งผลให้ทางการต้องสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 100,000 คนออกจากพื้นที่ดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียง และทำให้บริษัทน้ำมันรวมทั้งสิ้นกว่า 11 รายมีการลดกำลังการผลิตลงไปทั้งสิ้นแล้วกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในลิเบียระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย หลังล่าสุดบริษัทน้ำมันของรัฐบาลฝั่งตะวันออกได้มีการห้ามบริษัทน้ำมันของรัฐบาลในฝั่งตะวันตกในการส่งออกน้ำมันดิบที่ท่าเรือ Hariga โดยหากไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ในเร็วนี้จะทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของประเทศลดลงกว่า 120,000 บาร์เรลต่อวัน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 543.4 ล้านบาร์เรล (สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 เม.ย.) เนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูง
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









