“THE ROYAL” ไอศกรีมผลไม้ไทย บุกตลาดโลก

“THE ROYAL” ไอศกรีมผลไม้ไทย บุกตลาดโลก

“THE ROYAL”ไอศกรีมพรีเมียมที่ทำจากผลไม้เมืองร้อน ผู้ใช้“ดีไซน์”มาสร้างความแตกต่าง พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบไทยๆ ไปสนองนี้ดคนรักผลไม้ไทยทั่วโลก

ต่างชาติปลื้มผลไม้ไทย โดยเฉพาะ “มะพร้าว” ที่ขายดิบขายดีไปทั่วโลก ขณะไอศกรีมมะพร้าว คนไทยอาจหากินได้ทุกหัวมุมถนน แต่สำหรับต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะแบรนด์ดังระดับโลกแค่ไหน ก็ทำรสชาติได้ไม่เหมือนคนไทย

นั่นเองที่จุดประกายให้ “เปรมสุข ปรีมกมล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล อินเตอร์ ฟู้ดแอนด์เบเวอร์เรจ จำกัด วัย 32 ปี หันมาจับธุรกิจไอศกรีมพรีเมียมแบรนด์ THE ROYAL” (เดอะ รอยัล) ที่มีจุดขายคือ นำผลไม้ไทย ผลไม้เมืองร้อน (Tropical fruit) มาทำเป็นไอศกรีมพรีเมียม โดยใช้เนื้อผลไม้แท้ ไม่ผสมนม ผสมอย่างอื่นให้เสียรสชาติ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบ “ของจริง” ให้กับคนรักผลไม้ไทยทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

ไอศกรีมพันธุ์ใหม่ มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคือ “ชาวต่างชาติ” มุ่งส่งออกต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งการจะทำให้ตลาดอินเตอร์ยอมรับได้นั้น โจทย์สำคัญ ไม่ใช่แค่การมีรสชาติที่อร่อย หรือทำจากผลไม้ที่ทุกคนหลงใหลได้ปลื้ม หากทว่า ต้องทำไอศกรีมที่ลูกค้าเห็นครั้งแรกแล้วอยากหยิบ อยากควักเงินซื้อ

“โจทย์คือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าหยิบ เห็นแล้วสะดุดตา และอยากจะซื้อ นั่นคือต้องสร้างความแตกต่างให้กับไอศกรีมของเราให้ได้” เธอบอก

เปรมสุข เริ่มจากมองไปในตลาด แล้วพบว่า ไอศกรีม ล้วนมีแต่รูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ สุดจำเจ อย่าง ถ้วยทรงกลม ฝาแบนปิด ไม่น่าสนใจเลยสักนิด เธอเลยคิดออกแบบแพคเก็จไอศกรีมให้แตกต่าง นั่นคือ ทำเป็นรูปทรงตามชนิดของผลไม้ที่มาทำเป็นไอศกรีม เริ่มจากพระเอกตัวแรกสุด อย่าง  “ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน” ก็เริ่มจากดีไซน์ถ้วยไอศกรีมให้เป็นรูปผลมะพร้าว โดยมีการผสมเนื้อไม้เข้าไปด้วย เพื่อให้ผิวดูสมจริงเหมือนมะพร้าวที่ปอกแล้ว

ใครจะคิดว่า นอกจากรูปลักษณ์ที่สะดุดตา โดนใจคนรักมะพร้าวตั้งแต่แรกเห็น การใช้ไม้มาผสมพลาสติก ยังสามารถนำไปเพิ่มจุดขายได้อีกว่า สามารถลดการใช้เนื้อพลาสติกลงได้ถึง 20% เลยเป็นโพรดักส์ที่รักษ์โลกเกร๋ๆ

มีพระเอกก็ได้เวลาดันนางเอก “มะม่วงน้ำดอกไม้” ให้แจ้งเกิด โดยออกแบบถ้วยให้เป็นรูปผลมะม่วงสีเหลืองน่าทาน ชูว่าเน้นส่วนผสมที่เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้แท้ 100%  และช่วยโปรโมทผลไม้ไทย ด้วยการเขียนกำกับว่า นี่คือ “Ma Muang Nam Dok Mai” (มะม่วงน้ำดอกไม้) ไม่ใช่แค่ Mango   

หลังสามารถทำให้คนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยแพคเก็จจิ้งโดนๆ ก็ได้เวลามาไขโจทย์ที่สำคัญกว่า นั่นคือ การทำให้คนกลับมาซื้อซ้ำ เธอบอกกุญแจสำคัญว่า ต้องทำรสชาติที่อร่อย ใช้ของดี มีคุณภาพ ชนิดกินครั้งแรกแล้วต้องติดใจ อยากมาจัดอีกในครั้งหน้า  

นั่นคือที่มาของการใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อพัฒนาสูตรไอศกรีมที่อร่อย และเป็นสูตรเฉพาะของ THE ROYAL เพื่อสร้างเอกลักษณ์ไม่ให้ไปซ้ำกับที่อื่น จากนั้นก็เน้นคุณภาพในทุกมิติ ตั้งแต่ ใช้ผลไม้สดแท้ คัดแต่เกรดคุณภาพ มาทำเป็นไอศกรีม เพื่อให้ความอร่อยแบบธรรมชาติขนานแท้ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน โดยแหล่งวัตถุดิบสำคัญ ทั้งมะม่วงและมะพร้าว อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และใช้โรงงานในสุราษฎร์ รับหน้าที่ผลิตไอศกรีมให้กับพวกเขา

หลังผลิตภัณฑ์คลอดสู่ตลาด ก็มาวางแผนการขาย แม้เป้าหมายตั้งแต่แรกคือ อยากส่งออกต่างประเทศ แต่ในช่วงเริ่มต้นเธอบอกว่า คงไปต่างประเทศทันทีไม่ได้ ถ้ายังไม่สามารถบอกทุกคนได้ว่า ณ เวลานี้ แบรนด์ของพวกเธอวางขายอยู่ที่ไหน และฐานทัพของ THE ROYAL อยู่ตรงไหนของแผนที่โลก เธอเลยเริ่มส่งสินค้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย เพื่อเรียนรู้การทำงาน ตั้งแต่ การส่งมอบสินค้า การทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มาตรฐานสินค้าอาหาร ฯลฯ ให้ตรงตามเงื่อนไขและตามความต้องการของตลาดที่ส่งขาย ซึ่งปัจจุบัน THE ROYAL มีขายทั้งที่ ดิ เอ็มโพเรียม  ,ดิ เอ็มควอเทียร์, สยามพารากอน และเดอะมอลล์ รวมถึงโรงแรม และสนามกอล์ฟ ต่างๆ ที่เป็นแหล่งรวมพลคนต่างชาติ

จากนั้นก็มาวางแผนเจาะตลาดต่างประเทศ ทว่าจะเดินเองก็ลำบาก เลยต้องอาศัยเข้าหาหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ อย่าง สภาหอการค้าไทย และกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดสอยห้อยตามไปออกงานแฟร์ในต่างประเทศ จากนั้นก็เริ่มได้ลูกค้าต่างชาติเข้ามาสานฝันโกอินเตอร์ ในที่สุดก็สามารถส่งไอศกรีมไทยไปขายได้ทั้งใน เกาหลี ดูไบ และมัลดีฟส์ และในปีนี้วางแผนจะขยายไปที่ ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน รวมถึงตลาดยุโรปด้วย

“ประเทศเมืองหนาวเขาก็กินไอศกรีมนะ อย่าง เยอรมนี และรัสเซีย โดยเฉพาะรัสเซียนี่ ชอบทานไอศกรีมโฮมเมดมาก ไอศกรีมโฮมเมดข้างถนนได้รับความนิยมมากในบ้านเขา ซึ่งยังเป็นโอกาสของเรา เพียงแต่อาจยังติดเรื่องการขนส่งที่ยากลำบากอยู่บ้าง แต่ถ้าลูกค้ามีความพยายามที่จะดึงสินค้าเราเข้าไป เราก็พร้อมไปได้ทุกที่” เธอว่า

ผลิตภัณฑ์ THE ROYAL เป็นไอศกรีมพรีเมียม ที่ราคาค่อนข้างสูง แต่นั่นไม่ใช่ความตั้งใจแรกของคนทำ ทว่าด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงลิ่ว ทำให้ต้องขยับราคาขายให้สูงตามไปด้วย โดยในประเทศไทย จำหน่ายอยู่ที่ถ้วยละ 97 บาท ในโรงแรมขายที่ 120 บาท ส่วนต่างประเทศเธอว่า ก็ราคาพอๆ กัน

หลายคนอาจคิดว่า “แอบแพง” แต่ลองเข้าตลาดได้ถูกกลุ่ม ถูกทาง จะรู้ว่า ราคาแค่นี้ลูกค้าต่างชาติ “รับได้” 

“อย่างในโรงแรม เราขายที่ชิ้นละ 120 บาท กลับขายง่าย และขายดีมาก มองว่าราคาไม่ได้เป็นผลในการตัดสินใจซื้อ เพราะชาวต่างชาติเขามีกำลังซื้ออยู่แล้ว และเขาหาทานไอศกรีมแบบนี้ไม่ได้ พอเจอเราก็เลยพร้อมยอมจ่าย” เธอบอก

ปัจจุบันเฉพาะตลาดในประเทศไทย พวกเขามีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นถ้วย ต่อเดือน ส่วนในต่างประเทศยังเป็นตลาดหลัก โดยสร้างยอดขายให้กับบริษัทถึง 70% ซึ่งการส่งออกขึ้นกับออเดอร์ของลูกค้า อย่าง 1 ตู้ ขนาด 20 ฟุต  บรรจุไอศกรีมได้ กว่า 3 หมื่นลูก ตู้ 40 ฟุต ก็บรรจุได้อีกเป็นเท่าตัว เลยพร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบไทยๆ ไปกระจายความเย็นฉ่ำอยู่ทั่วโลก

ธุรกิจจากไอเดีย ลงทุนเริ่มต้นที่ประมาณ 3 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่หมดไปกับการทำตัวต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งยังคงต้องมีการลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพราะอนาคตเตรียมพัฒนารสชาติใหม่ๆ ออกมาอีกอย่างน้อยก็ 3-4 รสชาติ ที่มองไว้ ก็อย่าง สับปะรด และลำไย โดยยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ทำเป็นรูปผลไม้นั้นๆ ซึ่งคงต้องลงทุนพัฒนาแพคเก็จจิ้งอีกมาก             นอกจากการพัฒนารสชาติใหม่ เป้าหมายต่อไป มองที่จะขยายตลาดไปประเทศใหม่ๆ ด้วย เพื่อเผยแผ่ความอร่อยของ THE ROYAL ไปสนองตอบผู้คนได้กว้างขึ้น

ในโลโก้ THE ROYAL จะเห็นสัญลักษณ์รูปมือโอบอุ้มเจดีย์ เปรมสุข บอกเราว่า ความตั้งใจของเธอตั้งแต่แรก คือ จะทำแบรนด์ที่คนทั่วโลกเห็นแล้วสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็น “ไทย” เป็นสินค้าของคนไทย จึงสะท้อนมาตั้งแต่ชื่อแบรนด์ “THE ROYAL” จนมาถึงสัญลักษณ์รูปมือและเจดีย์  โดย วัด หรือเจดีย์ สื่อถึงความเป็นไทย ส่วนมือ บอกถึงความอ่อนช้อย ความละเมียดละไมในวัฒนธรรมไทย ที่ต่างชาติชื่นชอบ

“ความตั้งใจของเราคือ อยากทำแบรนด์ที่คนทั่วโลกเห็นแล้วรับรู้ได้ทันทีว่า นี่คือสินค้าของคนไทย เป็นแบรนด์ของคนไทย ที่วางขายอยู่ในตลาดโลก”

มากกว่าความอร่อยของผลไม้ไทย ก็คงจะเป็น “ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย” ที่พวกเธอบรรจุลงถ้วยไอศกรีมไปด้วย เพื่อประกาศศักดิ์ศรีความเป็นไทย ให้กึกก้องไปทั่วโลก

.....................................................................  

Key to success

สูตรโกอินเตอร์ แบรนด์ “THE ROYAL”

๐ ใช้ผลไม้ไทย ที่ต่างชาติชอบมาเป็นจุดขาย

๐ ดีไซน์แพ็คเก็จเป็นรูปผลไม้ สะดุดตาแต่แรกเห็น

๐ เน้นรสชาติอร่อย มีคุณภาพ ผลิตได้มาตรฐาน

๐ วางกลุ่มเป้าหมายชัด คือ ต่างชาติ ที่รักผลไม้ไทย

๐ เริ่มจากสร้างฐานในไทย แล้วส่งขายไปทั่วโลก

๐ แฝงความเป็นไทย ลงในชื่อแบรนด์และโลโก้