หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง รอปัจจัยสนับสนุนใหม่ๆ รวมทั้งรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ ขณะที่การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1/59 ของบริษัทต่างๆออกมามากขึ้นอาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรในหุ้นบางกลุ่มได้ นอกจากนี้ ด้านนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่องวานนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1379/1401 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
หุ้นแนะนำ
1. ERW (5.3) : เราคาดว่า ERW จะประกาศกำไรสุทธิในงวด 1Q59 ในวันที่ 12 พ.ค.59 จะใกล้เคียงกับกำไรปี 58 ทั้งปี และผลประกอบการ 2Q59 ยังมีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยงโดยเฉพาะชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม
2. THAI (17) : ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงเมื่อคืนนี้จะส่งผลดีต่อ THAI ทั้งนี้เราคาดผลประกอบการในช่วง 1Q59 จะออกมาดีมากและมากกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจาก THAI ได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่อง ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรล
3. KCE (91) : เราคาดว่าผลประกอบการ 1Q59 (10 พ.ค. 59) จะเติบโต 12% qoq และ 47% yoy โดยได้ผลบวกจากอัตราการใช้กำลังการผลิตในงวด 1Q59 ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นเป็น 90% เทียบกับ 4Q15 ที่ 83% และคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- สถาบันจัดอันดับเครดิตชั้นนำของโลก สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประเมินบรรยากาศด้านนโยบายในประเทศไทยยังไม่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เช่นเดียวกับความไม่แน่นอนอย่างมากทางการเมือง โดยครบรอบ 2 ปีหลังรัฐประหารเดือน พ.ค. 2557 รัฐบาลทหารยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าจะปฏิรูปประเทศไปในทิศทางใด โดยมีความพยายามที่จะยืดอายุการเลือกตั้งออกไปจากที่เคยกำหนดไว้กลางปี 2560
+ ค่ายมือถือรุกตลาดสมาร์ทโฟนเฮ้าส์แบรนด์ สมาร์ทโฟนราคาต่ำ หวังขยายฐานลูกค้า 4 จี "เอไอเอส" จุดพลุเฮ้าส์แบรนด์เทคโนโลยีโวลเต้ ประเดิม 3 รุ่นรวด เคาะราคาเริ่มต้นถูกสุดในตลาด 1,950 บาท สิ้นปีหวังดันฐานลูกค้า 4 จีแตะ 10 ล้านราย "ดีแทค" เตรียมแคมเปญพิเศษถล่มงานโมบาย เอ็กซ์โป 19-22 พ.ค.นี้
+ สรรพสามิตชงปรับภาษี 3 กลุ่มสินค้า "สิ่งแวดล้อมทำลายสุขภาพ-บาป" คาดรายได้เพิ่มปีละ 3.5 หมื่นล้าน หวังขยับภาษีน้ำมันใกล้เพดานเดิม แต่ขึ้นกับนโยบายรัฐ ตั้งเป้าปี 2570 เก็บรายได้เฉียดล้านล้าน ภายใต้เงื่อนไขเศรษฐกิจโต 3% รัฐบาลไฟเขียวเพิ่มอัตราภาษีน้ำมัน
+ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดสัมมนาหัวข้อ "เปิดยุทธศาสตร์ประชารัฐกับการขับเคลื่อนอีสานทศวรรษใหม่" ครั้งที่ 1 ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีผู้นำภาคประชาสังคมและองค์กรธุรกิจทุกจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วม ตอนหนึ่งว่า มีนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในอีสานจำนวนมาก อาทิ กลุ่มธุรกิจจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ที่ได้ติดต่อเข้ามาลงทุน ประสาน มท.จัดสรรเงิน 6 หมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,705.91 จุด ลดลง 34.72 จุด หรือ -0.20%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (9 พ.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงกว่า 2% ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานอ่อนแรงลงด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี NASDAQ และ S&P 500 ปิดในแดนบวก เนื่องจากตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด
- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 10.89 จุด หรือ 0.18% แตะที่ 6,114.81 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ค.) จากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ได้รับแรงกดดันจากข้อมูลการค้าที่อ่อนแอของจีน
+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 109.31 จุด หรือ 0.68% แตะที่ 16,216.03 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 7 วันทำการ เพราะได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอของสหรัฐได้ลดกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.ร่วงลง 1.22 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 43.44 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (9 พ.ค.) จากข่าวที่ว่า รัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้ปลดนายอาลี อัล-ไนมี รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมัน หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า วิกฤตไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันจากชั้นทราย (oil sand) ในแคนาดา เริ่มบรรเทาลงแล้ว









