ภาวะผันผวนของตลาดหุ้นชั้นนำ กดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้
ดัชนีตลาดปิดที่ 1,404.61 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับลดลง 6.20 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 3.80 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคระยะสั้น-ระยะกลางเป็นลบ ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,380 จุด ต่างชาติมีแนวโน้มเดินหน้าขายสุทธิ ตลาดหุ้นชั้นนำมีทิศทางปรับตัวลดลงหลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ไม่ได้ออกมาตรการใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ค่าเงินดอลลาร์สรอ.ปรับตัวลดลงขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางเป็นแนวรับ ดัชนีตลาดจะยืนยันการจบคลื่น 1 เมื่อดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือแนวรับที่ 1,380 จุด ดัชนีตลาดจะปรับลดลงเป็นคลื่น 2 มีแนวรับแรกอยู่ที่ 1,350 จุด และมีจุดสูงเก่าที่ 1,431 จุดเป็นแนวต้าน
ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่ 1,432 จุด แต่สัญญาณ MACD Histogram กลับเกิดสัญญาณ Bearish Divergence เตือนให้ระวังว่าดัชนีตลาดกำลังอยู่ในช่วงปลายตลาดขาขึ้น
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าสู่เขตซื้อมากเกิน (Overbought)ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลง
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้น ดัชนีตลาดปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,431 จุด และเกิดแท่งเทียนรูป Shooting Star ร่วมกับการเกิดสัญญาณปลายตลาดขาขึ้นแบบ Bearish Divergence ปริมาณการซื้อขายลดลง ทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงทางเทคนิค ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ระดับ 1,380 จุด
สัปดาห์นี้หากดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,380 จุด ดัชนีตลาดจะปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับของจุดต่ำเก่าที่ 1,350 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวันสัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ ทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวลดลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,420 – 1,431 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,385 – 1,380 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
สัญญาณทางเทคนิคชี้ถึงโอกาสเป็นไปได้ว่า ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสพักตัวลงเข้าหาแนวรับที่ 1,380 จุด นักเก็งกำไรที่ยังไม่ได้ขายทำกำไร ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะสั้น การเปิดสถานะขายในดัชนีฟิวเจอร์สเป็นทางเลือกสำหรับนักเก็งกำไรที่รับความเสี่ยงได้ คงพอร์ตการลงทุนไว้ที่ 30 เปอร์เซ็นต์






