วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คลัง' สั่งศึกษาผลกระทบขึ้นภาษีเครื่องดื่ม

"คลัง" เผยยังไม่เห็นข้อเสนอ "สปท." ที่ให้ปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกินเกณฑ์มาตรฐาน ชี้ปลัดคลังสั่งให้กรมสรรพสามิตศึกษาไว้แล้ว

จากกรณีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.)เสนอให้รัฐบาลมีการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกินจากเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพ เช่นน้ำอัดลม ชาเขียว เครื่องดื่มชูกำลังเป็นต้นในอัตรา20-25% เพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน และคาดว่าจะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ1หมื่นล้านบาทต่อปี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าข้อเสนอของที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ยังมาไม่ถึงกระทรวงการคลัง ซึ่งเมื่อมีคนเสนอก็ต้องมาดูว่าข้อเสนอเป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ในเรื่องขึ้นภาษีคงบอกไม่ได้ว่าจะผลักดันหรือไม่ผลักดัน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตไปศึกษาเรื่องการปรับขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณสูงไว้แล้ว ซึ่งความจริงได้มีการศึกษาเรื่องนี้ไว้หมดแล้ว แต่กระบวนการพิจารณานั้นต้องมีการดูผลกระทบทั้งผลดีและผลเสียว่าเป็นอย่างไร ประกอบกับดูช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย ก่อนที่จะมีการเสนอให้ฝ่ายนโยบายพิจารณา

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การขึ้นภาษีเครื่องดื่มที่มีความหวานและทำลายสุขภาพ นั้นเป็นหนึ่งในนโยบายของ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังมอบให้กรมสรรพสามิต ศึกษาและให้บรรจุในแผนเพิ่มรายได้ช่วง 5 ปีข้างหน้า มีเป้าหมายให้กรมสรรพสามิตต้องเพิ่มการจัดเก็บรายได้ให้ได้ 8 แสนล้านบาทต่อปี จากปีงบประมาณ2559 ที่คาดว่าจะมีการจัดเก็บรายได้ 5 แสนล้านบาท

นอกจากภาษีเครื่องดื่มแล้วยังมี การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในหลายรายการ อย่างไรก็ตามในการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีความหวานและทำลายสุขภาพนั้นต้องมีการการพิสูจน์แน่ชัดว่า การบริโภคน้ำตาลเป็นโทษ เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีและถูกต่อต้านค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจปรับขึ้นภาษีต้องอยู่ที่ฝ่ายนโยบาย อย่างกรณีภาษียาสูบที่ปรับขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ฝ่ายนโยบายสั่งให้ปรับขึ้นทันที หลังจากเห็นว่าการเก็บภาษีจากกรมสรรพากร ศุลกากร มีปัญหา รวมถึงมีการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในการขึ้นภาษีของกรมสรรพสามิตนั้นจะทำให้เงียบที่สุด และจะไม่บอกล่วงหน้า เนื่องจากจะเกิดผลกระทบ และเกิดการกักตุนสินค้า

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม แบ่งออกเป็น 3 รายการ คือ 1.เครื่องดื่มประเภทโซดา จัดเก็บในอัตรา 25% หรือ 077 บาท/440 ซีซี แล้วแต่ว่า เก็บวิธีใดจะทำให้รัฐได้เม็ดภาษีมากกว่ากัน 2.เครื่องดื่มทั่วไป เก็บในอัตรา 20% หรือ 0.37 บาท/440 ซีซี และ 3. น้ำผลไม้ แบ่งเป็นน้ำผลไม้ทั่วไป เก็บในอัตรา 20% หรือ 0.37 บาท/440 ซีซี และน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมตามที่กรมกำหนด ได้รับการยกเว้นภาษี โดยเครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มนั้น มี 111 รายการ ยกเว้นเพราะเข้าเกณฑ์ 2 ข้อ 1. เป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ โดยจะต้องมีสัดส่วนของวัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ ตามที่กรมกำหนด และ 2. จะต้องเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ โดยผู้ผลิตต้องยื่นเรื่องให้กรมเป็นผู้พิจารณา